อ่านเกมกัมพูชา ปูดแผน “แหย่-ยิง-ยกระดับ”
ยังมีข้อมูลในลักษณะ “อ่านเกมกัมพูชา” ซึ่งเก็บตกจากวงประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร นำมาเปิดเผยให้ “ข่าวข้นคนข่าว” ได้รับทราบ เฉพาะในส่วนที่เปิดเผยได้
1. การเคลื่อนไหวของกัมพูชารอบนี้ มีความผิดปกติ แตกต่างจากการเคลื่อนไหวล่วงล้ำเขตแดน หรืออธิปไตยไทยในห้วง 3-4 ปีที่ผ่านมา
จุดสังเกตคือ เป็นการเคลื่อนไหวที่ รวดเร็ว รุนแรง เช่น เผาศาลาตรีมุข และตัวแสดงที่ออกมาเล่นบทบาท ล้วนเป็น “ตัวท็อป” คือ นายกรัฐมนตรี และบิดาของนายกรัฐมนตรี
2. การเคลื่อนไหวของกัมพูชา มีลักษณะของการ “เตรียมการล่วงหน้า” และดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน
- เริ่มจากการ “แหย่” เช่น ตัดถนนเลียบเข้ามาใกล้เส้นเขตแดน หรือพื้นที่อ้างสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ตามเอ็มโอยูไม่ว่าฉบับไหน จะห้ามดำเนินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศใกล้เส้นเขตแดน หรือพื้นที่อ้างสิทธิ์ ตั้งชุมชน ตลาด ใกล้กับพื้นที่อ้างสิทธิ์ รวมไปถึงการแจกโฉนดที่ดินให้กับทหาร และครอบครัวทหาร ซึ่งประจำการอยู่ใกล้กับพื้นที่อ้างสิทธิ์
- เมื่อสถานการณ์สุกงอม หรือกิจกรรมที่ “แหย่” เอาไว้ เริ่มเห็นผล ก็จะดำเนินการขั้นต่อไป
- 28 พ.ค.2568 ยิงเข้ามาก่อน ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานตรงกันทุกหน่วยแล้วว่า ทหารกัมพูชายิงก่อน และทหารไทยจึงต้องยิงตอบโต้ออกไป
- จากนั้น “ตัวแสดงระดับท็อป” ก็ออกมาแสดงบทบาท และจูงสถานการณ์ไปสู่ศาลโลก ซึ่งกัมพูชาคิดว่าตัวเองได้เปรียบ
3. สมเด็จฮุนเซน ออกมาเล่นเอง ยิ่งสะท้อนว่ามีการวางแผนมาล่วงหน้า และต้องการเล่นใหญ่
หวังผลการเมือง เบนเป้า ศก.ทรุด-สืบทอดอำนาจ
4. รูปแบบ วิธีการ และเป้าหมาย เป็นสูตรเดิม ทรงเดิม เหมือนที่เคยทำกรณีปราสาทพระวิหาร และจุดพิพาทบริเวณอื่นๆ ซึ่งมีทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ ทั้งหมดจึงเป็น “เกมจัดตั้ง”
จุดประสงค์เพื่อหันเหความสนใจของคนในชาติตัวเอง (กัมพูชา) และสร้างความสำคัญให้ลูกชาย เพราะที่ผ่านมาการเมืองกัมพูชามีปัญหาภายใน ไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากประชาชน เนื่องจากผู้นำรุ่นนี้มาจากการสืบทอดอำนาจ
- ลูกของ สมเด็จฮุนเซน คือ ฮุน มาเนต เป็นนายกรัฐมนตรี
- ลูกของ นายพลเตีย บัญ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม คือ พลเอก เตีย เซยฮา ปัจจุบันก็เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม สืบแทนพ่อ
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ ฮุน มาเนต ก็เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง และชื่อเสียงเสียหายในฐานะดินแดนสแกมเมอร์ เป็นศูนย์กลางอาชญากรรมระดับโลก และมีคนของผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องเรื่องผลประโยชน์จากธุรกิจสีเทา สีดำ
5. การปลุกกระแสชาตินิยมเรื่องดินแดน จึงถูกหยิบมาใช้ และ สมเด็จฮุนเซน ก็ทำมาตลอด และไม่ได้ทำเฉพาะกับไทย แต่ทำกับเวียดนามด้วย เนื่องจากกัมพูชามีพรมแดนอีกด้านหนึ่งติดต่อกับเวียดนาม เมื่อ 10 ปีที่แล้วเคยปลุกกระแส จนเกิดการเดินขบวนต่อต้านเวียดนาม แต่เวียดนามไม่ยอม และเดินหน้าชน จนสุดท้ายกัมพูชาต้องยุติการเคลื่อนไหว
6. การที่กัมพูชาฉวยโอกาสเคลื่อนไหวในเวลานี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ไทยมีปัญหาภายใน โดยเฉพาะปัญหาความแตกแยกของฝ่ายการเมือง รวมถึงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจไม่ต่างจากกัมพูชา