เมื่อถามว่า สถานการณ์ภายในรทสช. เป็นอันหนึ่งอันเดียวหรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า ทางสื่อต้องเช็กว่าคนที่ถ่ายรูป คนที่ส่งภาพ คนที่ไปกินข้าวออกไปพูด เป็นคนเดียวกันหรือไม่ ถ้าทั้งหมดเป็นขบวนการที่สื่อคิดว่า มีภาพมีข่าวออกจากพรรค ถูกชงเองกินเอง โดยบุคคลคนเดียว เป็นขบวนการได้อย่างไร และสส.ส่วนใหญ่ เป็นสส.ใต้ อยู่แล้ว และไปถามสส.ทุกคน ความใกล้ชิด กับเลขาธิการพรรค ตนทำงานมาตั้งแต่วันแรกทำงานด้วยดีตลอด ขนาด พี่เป้า สส.ชลบุรี ก็ยังพูดเลย หรือ สส.ราชบุรี นครสวรรค์ พิษณุโลก เพชรบุรี สนิทกับตนหมด อภิปรายงบตนก็อยู่ทั้งสี่วัน ไม่มีใครมาคุยกับตนเลยว่าไปพรรคไหน โดยมารยาททางการเมือง อย่างน้อยที่สุดจะอยู่ด้วยกันจนถึงยุบสภา เมื่อยุบสภาไม่ว่าจะรักจะดีขนาดไหน ไม่มีสิทธิห้ามใครย้ายไปลงพรรคการเมือง แต่นั้นเป็นเรื่องปกติทางการเมือง มีคนเข้ามีคนออก
“ผมก็มีความมั่นใจของผมว่า จากผลงานของพรรค จากจุดยืนของพรรค การจัดการบริหารพื้นที่ ผมมั่นใจว่าเที่ยวหน้า เราก็ได้สส.ไม่น้อยกว่าเดิม แต่การได้สส.ไม่น้อยกว่า เกิดขึ้นจากคนเดิม หรือคนใหม่เข้ามา เป็นเรื่องการบริหารจัดการ แต่โดยมารยาททางการเมือง วันนี้ ยังไม่มีการยุบสภา และวาระเหลืออีกสองปี ถามว่า จะออกมาพูดแบบนี้ทำไม แล้วแปลกใจไหม มีส่งข้อมูลไปที่เนชั่น ภาพไม่สามารถเดินไปที่เนชั่น และภาพเดียวกับที่ทุกสื่อใช้ ภาพที่ออกมา มี 15 คน แต่ปูดมา 23 คนได้อย่างไร 7-8 คน ใครเป็นคนให้ข่าว ลองไปดูภาพดีๆนะ มีภาพโฟโต้ช็อปอีก ใส่สีตีไข่กัน ให้ไปดู ภาพที่เป็นโฟโต้ช็อบ อย่างน้อยสุดมีสื่ออื่นกับเนชั่น ช็อตเดียวกันทำไมไม่เหมือนกัน เฟรมเดียวกันส่วนใหญ่เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันอยู่ "
เหน็บ"สุชาติ" กล่าวหา กกบห. ไม่ติดดิน
ส่วนที่นายสุชาติ ระบุว่า รทสช. มี ปัญหาโครงสร้างพรรค เคยสะท้อนให้ฟังหรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า ไม่มี เพราะมีอะไรคุยได้หมด สส.คุยกับตนได้หมด และนายสุชาติก็เป็นสส.บัญชีรายชื่อเหมือนกับตน และเคยเป็นสส.เขตเหมือนกับตน และในกกบห.ท่านไปว่าเขาอย่างนั้นได้อย่างไร หนี่งในนั้น วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกอบจ.พัทลุง แล้วบอกท่านไม่ติดดิน แต่ท่านมีชีวิตการเมือง เป็นนายกอบจ. มาหลายสมัยแล้ว ที่ผ่านมาในการเลือกตั้ง ชนะอีก มีสจ. อีก และท่านบอกเขาไม่เข้าใจพื้นที่ได้อย่างไร ลูกท่านก็เป็นสส.รทสช.
ถามว่า จะมีการเรียกมาคุยหรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า "เขาจะคุยกับผมไหม คือ สส. คุยได้ แต่บางคนจะคุยได้หรือ ทำกันถึงขนาดนี้ แล้วถ้ามีมารยาท ทำไมไม่มาคุยกันก่อน จะให้เหตุเกิดแบบนี้ แล้วมาคุยภายหลังหรือ"
เล็งคาดโทษ ไอ้โม่งปั่นข่าวทำพรรคเสียหาย
ถามว่า ถ้าคุยกันไม่ได้ต้องมีบทลงโทษหรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวย้ำว่า "ต้องไปดูพฤติกรรมเป็นอย่างไร อย่างที่บอก กินข้าวข้าวเป็นเรื่องปกติ แต่ใครเป็นคนถ่ายภาพ เป็นคนส่งรูป ใครให้ข้อมูลไม่ตรงกับภาพอีก แล้วไปปั่นข่าวให้สัมภาษณ์อีก ด้วยเหตุผลอะไร ต้องการอะไร หรือมาในจังหวะมีการปรับครม. ซึ่งข่าวการปรับครม.ก็มาจากเนชั่นทีวีอีก ตกลงมันคืออะไร ถ้ามีกระทำความผิดจริง ไปปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก กระทบชื่อเสียงของพรรคเสื่อมเสียแบบนี้ ส่วนจะเข้าข่ายข้อบังคับหรือไม่ ก็ต้องไปดู แต่ผมชวนทุกคนที่ฟังข่าวเนชั่นอยู่ ถ้าท่านเป็นประชาชน ควรไปถามสส. ในพื้นที่ ว่าจะย้ายจริงหรือไม่ เพราะการเลือกมา ลงพื้นที่ในนามพรรครทสช. อย่างภาคใต้ คนเลือก สส. เพราะความศรัทธา พล.อ.ประยุทธ์ จนวันนี้เราก็บอกว่า ดีเอ็นเอ"ลุงตู่"
ตั้งข้อสังเกต ปูดข่าวหวังล้มเก้าอี้รมต.
ถามว่า ตามที่มีข่าวออกมาเพราะอยู่ในช่วงปรับครม. ต้องการเลื่อยขารมต.หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค หรือไม่ นายเอกนัฎ กล่าวว่า อยากตั้งคำถามว่าจะรู้สึกดีกับข่าวนี้ได้อย่างไร ตนทำงานการเมืองด้วยความหวังอยากให้การเมืองสร้างสรรค์ มีแต่ปล่อยข่าว ว่ามีคนนั้นคนนี้มาเป็นรมต.แทนตน แทนนายพีระพันธุ์ ทุกวัน ในขณะที่ทำงานด้วยความยากลำบาก ตั้งใจมาก ก็ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่ แต่ที่สู้ทุกวันนี้ ทุนจีน รวมถึงทุนไทย หรือเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ที่กระทำผิดกฎหมาย เจอตนแน่ ใช้เวลาที่ทำงานให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตไม่รู้จริงๆไม่มีอำนาจปรับครม.
“แต่ทุกวันนี้ที่ทำงานกับนายกฯ ทำงานกันด้วยดี ท่านให้การสนับสนุน ทีมท่านก็ให้สนับสนุนตลอดส่วนเรื่องปรับครม.ไม่เคยได้ยิน ได้ยินแต่จากเนชั่น ขอโทษนะ ซึ่งผมไม่มีอะไรติดใจกับเนชั่น วันนี้ขอพูดแบบตรงไปตรงมา ข่าวที่ออกทุกวันมาจากเนชั่น ตลอด ว่าจะปรับครม.ตรงนั้นตรงนี้ แต่ผมแฟร์นะ ไม่ได้ติดใจอะไร เป็นเรื่องปกติที่สื่อวิเคราะห์ ไม่มีผิดไม่มีถูก" นายเอกนัฎ กล่าวทิ้งท้าย