นายณัฐชา ได้ยกภาพเหตุการณ์ที่เกษตร นำมาปลาหมอคางคำมาเทหน้าทำเนียบฯ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่นายกรัฐมนตรีกลับไม่ออกมารับข้อเรียกร้อง แต่กลับออกมารับช่อดอกไม้อยู่ในทำเนียบรัฐบาล
ทำให้ นางสาวศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า นายณัฐชา กล่าวความเท็จเพราะรัฐบาลได้มีการอนุมัติงบ และได้ทำอีกหลายมาตรการ ทำให้ประธานในที่ประชุมคือ นายภราดร ปริศนานันทกุล วินิจฉัยว่า ญัตตินี้ฝ่ายค้านมีหน้าที่กล่าวหาผู้ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นหน้าที่ลุกขึ้นชี้แจงเป็นของนายกรัฐมนตรี
นายณัฐชา จึงอภิปรายต่อ โดยเปิดคลิปวีดีโอการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ที่ตอบคำถามถึงการแก้ปัญหาปลาหมอคางดำอย่างสวยหรู เหมือนดอกไม้ที่ได้รับมา ซึ่งมันคนละโลกและยิ่งตอกย้ำไปกันใหญ่ พร้อมยกการอภิปรายของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่บอกว่า
“นายกเป็นคนหนุ่มสาวที่แข็งแรง ผมเชื่อว่าท่านบริหารประเทศอย่างมีสติปัญญามีความอ่อนน้อม แต่หนักแน่นด้วยหลักการ ถือประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อนครอบครัวและพวกผ้อง ประชาสชนชื่นชมและยอมรับ แต่นายกฯ ลุกขึ้นและบอกว่า ทั้งหมดไม่เป็นความจริง ผมงง ยิ่งตอกย้ำว่า เซตฉากเขียนบทไว้ให้เท่านี้ ก็ลุกขึ้นพูดเท่านี้ เขาบอกให้จับนาฬิกาด้วยนาฬิกาตัวเอง เขาบอกว่าให้พูดว่าไม่เป็นความจริง ขนาดเขาชมก็ยังพูดว่าไม่เป็นความจริง”นายณัฐชา กล่าว
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า รัฐบาลเพื่อไทยหัวใจคือนายทุนหรือไม่ เพราะมีความสนิทสนมกลมกลืน ทั้งระดับผู้ถือหุ้น ระดับผู้บริหาร ระดับอำนวยการ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น ล่าสุด อธิบดีกรมประมงบอกว่า ไม่สามารถหาตัวการผู้กระทำความผิดได้ เนื่องจากเรื่องเกิดขึ้นมา 14 ปี แล้ว ดังนั้นที่เรื่องมันเกิดมา 14 แล้วเพราะกรมประมงปล่อยปะละเลย จะพูดอย่างนี้ได้อย่างไร สุดท้ายประชาชนทนไม่ไหว ฟ้องดำเนินคดีกับบริษัทเอกชน ความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท ที่เพียงจังหวัดเดียว ยังเหลืออีก 17 จังหวัดที่กำลังตามมา และยังมีการยื่นฟ้องร้องอีก 18 หน่วยงานกับศาลปกครองด้วย ซึ่งคำฟ้องทุกข้อ นายกรัฐมนตรีสั่งการได้นิดเดียวไม่ใช่เรื่องยาก จะบอกไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่ได้
“ฉะนั้นอย่ากลัวว่า กลุ่มทุนจะไม่ชวนกินข้าวด้วย แต่จงกลัวว่าประชาชนจะไม่ยกมือสนับสนุนท่าน ในวันที่ท่านหมดอำนาจ และวันนี้ช่วยลงมติไม่ไว้วางในนายกรัฐมนตรีแพทองธาร เพื่อหันกลับไปมองประชาชนในเขตพื้นที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ แสดงเจตจำนงที่ไม่ยอมให้กลุ่มทุนยักใหญ่หน้าไหนมากัดกิน กอบโกยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ที่เป็นทรัพย์สมบัติที่ส่งต่อมาแล้วรุ่นต่อรุ่น และกำลังพังทลายย่อยยับด้วยมือของเรา
หากทุกคนในที่นี้กล้าลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดเดี่ยว กล้าใช้อำนาจอย่างเต็มที่ๆ ได้จากประชาชน กล้าต่อกรกับกลุ่มทุนที่สิงรัฐบาลอยู่ ท่านกล้าที่จะต่อสู้กับผู้ควบคุมดูแลรัฐบาลนี้ ที่คอยชักใย โยงใยรัฐบาลนี้ หรือชื่อเรียกว่า สทร.แต่แท้จริงแล้วชื่อเรียกอย่างเป็นทางการคือ ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ตัวจริงที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้กำกับฉากละครดูแลในแต่ละช่วงทำนอง” นายณัฐชากล่าว
ทำให้ นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ สส.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า มีการพาดพิงถึงบุคคลภายนอก จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ชี้แจงข้อบังคับกับนายณัฐชาว่า เวลาใกล้หมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการอภิปรายของ นายณัฐชา ได้ยกหลักฐานที่อยู่ในชั้นกรรมาธิการขึ้นมาเปิดเผยให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ ผ่านแผ่นชาร์จที่ นายณัฐชา ได้เตรียมมา