นายภูมิธรรม ยังระบุอีกว่า ได้มีการตั้งทีมกฎหมาย เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งวันนี้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงโครงสร้าง และระบบประสานงานที่ชัดเจน โดยมี พล.อ.ทรงวิทย์ ป็นผู้บัญชาการ
ส่วนข้อเสนอที่จะประกาศ 5 อำเภอจังหวัดตาก เป็นพื้นที่พิเศษนั้น นายภูมิธรรม บอกว่า ได้มอบหมายให้ไปหารือกัน เพราะแม้จะยึดหลักความมั่นคง แต่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ก็ต้องไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีความเป็นไปได้ในระดับใด หรือมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ในขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็ยังไม่มีปัญหาอะไร วันนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงเรื่องหลักมนุษยธรรมและความมั่นคง รวมไปถึงเศรษฐกิจของประเทศ เราพยายามประสานงานและหาจุดที่พอดี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ยืดหยุ่นและยังคงมาตรการเข้มงวดต่อไป
เมื่อถามว่า จะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไร เพราะที่ทำอยู่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นายภูมิธรรม กล่าวว่า การปราบปรามคอลเซ็นเตอร์ต้องอาศัยความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใดที่เป็นศูนย์กลางหรือเป็นฐานที่มั่น ก็ต้องดำเนินการให้เข้มข้น อยู่ในความรับผิดชอบของประเทศใด ประเทศนั้นก็ต้องเป็นศูนย์กลางในการปราบปราม ซึ่งเราได้มีการพูดคุยในที่ประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ภูมิภาคนี้ต้องจัดการ
ส่วนปัญหาเรื่องท่าข้ามต่างๆที่กังวลว่าจะมีการลักลอบสิ่งต้องห้าม ส่งให้ขบวนการคอลเซ็นเตอร์นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการในระดับใด อยากให้การเคลื่อนย้าย การขนส่ง อยู่ที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ในขณะที่ท่าข้าม จะใช้ควบคุมการขับเคลื่อนของคน
ส่วนข้อเสนอการสร้างแนวกำแพงกั้นบริเวณแนวชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีทั้งเสียงสนับสนุนและโต้แย้ง อยู่ระหว่างการประเมิน
นายภูมิธรรม ยังย้ำอีกว่า มาตรการการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ของเรามีความเข้มข้น เพียงแต่พวกเราไม่มั่นใจกันเอง
เมื่อถามว่า มีข้อกังขาว่าลูกชายรัฐมนตรี ถือหุ้นบริษัทอยู่ในเมียนมา จะส่งผลต่อการออกมาตรการปราบแก๊งคอลเซนเตอร์หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ให้เอาชื่อมาแล้วไปดูความเกี่ยวพัน ตนอยากแก้ปัญหาตามความเป็นจริง อย่าจินตนาการ หลายเรื่องที่พูดมาบางครั้งก็จินตนาการ ยืนยันว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน ด้วยเกียรติยศของตน