เนชั่นทีวี

การเมือง

"สว.ชีวะภาพ" แฉหมดเปลือก คนไทยนอมินี ขายพื้นที่ให้ทุนจีน

04 มี.ค. 2568 | thamsathit_pol

"สว.ชีวะภาพ" แฉหมดเปลือก คนไทยนอมินี ขายพื้นที่ให้ทุนจีน

"ปธ.กมธ.ทรัพย์ฯ สว." แฉหมดเปลือก"ทุนจีน" รุกพื้นที่ปลูกทุเรียน-กล้วย-ส้มส่งนอกแข่งไทย – เผยยังพบล่าสุดที่ฉะเชิงเทรา บก.ปทส.-พยัคฆ์ไพรรุดยึดคืนกว่า 1,000 ไร่

4 มีนาคม 2568 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยกับเนชั่นทีวี ถึงการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด หลังประชาชนร้องเรียนกรณีมีกลุ่มทุนจีน ใช้คนไทยเป็นนอร์มินีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เพื่อปลูกทุเรียน โดยพบว่า มีขบวนการชาวจีนเทา เข้ามาครอบครองพื้นที่ป่าสงวน เพื่อปลูกทุเรียน โดยเป็นการบุกรุกผิดกฎหมาย และมีกลุ่มไทยเทา ไปแนะนำร่วมมือ หรือขายสิทธิพื้นที่ให้กลุ่มทุนจีน ซึ่งผิดกฎหมายทั้งหมด ทั้งคนขาย และคนรับ เพราะพื้นที่ป่าสงวน ไม่สามารถยึดครองทำประโยชน์ได้ จะต้องมีระเบียบ และได้รับการอนุญาตถึงจะดำเนินการใด ๆ ได้ 

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา

นายชีวภาพ ยังระบุอีกว่า นอกจากจังหวัดจันทบุรีแล้ว ยังพบที่จังหวัดตราด และล่าสุดในอำเภอท่าตะเกือบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบริษัทจากจีนเข้ามาบริหาร โดยมีคนไทยเป็นนอมินีช่วยบริหาร ขณะเดียวกัน ในช่วงเย็นวันนี้ (4 มี.ค.) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ บก.ปทส.พร้อมด้วยชุดพยัคฆ์ไพร ยังลงพื้นที่ตรวจยึดพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรีอีกกว่า 1,000 ไร่ หรืออย่างในพื้นที่อำเภอท่าตะเกือบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ที่จัดให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกิน แต่กลับมีการนำไปขายต่อให้กับกลุ่มคนไทยก่อน ซึ่งเป็นการซื้อแบบผิดกฎหมาย ก่อนที่จะมีการขายต่อให้กับกลุ่มทุนจีน ซึ่งขณะนี้ มีการแจ้งความติดตามยึดคืนได้กว่า 300-400 ไร่แล้ว แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ต้องติดตามคืนให้ครบ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสัมฤทธิ์ผล 

 

ส่วนการขายดังกล่าวเป็นการขายสิทธิอาศัย หรือสิทธิทำกิน เหมือนพื้นที่ สปก.หรือไม่นั้น นายชีวภาพ อธิบายว่า นโยบายประเทศไทยมีที่ดินส่วนหนึ่ง ที่เป็นของรัฐอย่างป่าสงวน มาจัดสรรให้ประชาชนที่ไม่มีที่ทำหยุด เพื่อให้ประชาชนมีที่ทำกิน และไม่บุกรุกป่าต่อ แต่ประชาชน ที่ได้รับจัดสรรที่ดิน ทั้ง สปก., คทช.หรือพื้นที่นิยมประเภทต่าง ๆ ไปขายต่อให้บุคคลอื่น และไปบุกรุกต่อ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ และต้องหยุดยั้งให้ได้ เพราะอย่างในพื้นที่อำเภอท่าตะเกือบนั้น มีการเปลี่ยนมือไปหลายปีแล้วจากประชาชน ไปขายให้กับบริษัทหนึ่ง ในช่วงปี 2565-2566 ก็มีการเปลี่ยนมือให้กับกลุ่มทุนจีนอีก ซึ่งถือว่า ผิดทั้งหมด เพราะเป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะไปจัดสรรที่ดินให้กับกลุ่มทุน แต่จะต้องจัดให้ประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน ดังนั้น จะต้องดำเนินการเอาผิดกับทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อด้วย 

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา

ส่วนกลุ่มทุนจีน สามารถมาครอบครองที่ดินไทยได้หรือไม่ เพราะหากเป็นทุนจีน ก็จะต้องเป็นบุคคลจีน หรือนิติบุคคลจีน ซึ่งตามกฎหมายไม่มีสิทธิครอบครองพื้นที่ประเทศไทยได้นั้น นายชีวภาพ ชี้แจงว่า บริษัททุนจีนเหล่านี้ อาจมีหุ้นส่วนเป็นคนไทย ซึ่งกลุ่มทุนเหล่านี้ มีศักยภาพสูง มีทุนและเครื่องจักร สร้างบ่อเก็บน้ำ ระเบิดภูเขา ใช้วิธีการลักนำ แต่ไม่ศึกษาขนบธรรมเนียมกฎหมายไทย 

นายชีวภาพ ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ร้องเรียนผ่านกรรมาธิการ สื่อมวลชน หรือชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจในพื้นที่ เพราะปัจจุบัน เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ไม่ได้เกิดขึ้นใน 2-3 จังหวัด หรือปลูกเฉพาะทุเรียนเท่านั้น แต่ยังมีทั้ง กล้วย ส้ม ในพื้นที่ภาคเหนืออีก ซึ่งยังไม่ทราบว่า ไทยต้องเสียพื้นที่ให้กับกลุ่มทุนเหล่านี้ไปมากเท่าใด และต้องนำกลับจีนมา เพราะหากไปอยู่ในการครอบครองของทุนต่างชาติ ก็จะเกิดแต่ความเสียหาย เพราะถือเป็นสมบัติของคนไทย และบางครั้ง ก็ยังมีการบุกป่าใหม่ ตัดต้นไม้อายุกว่า 100 ปี หรือบุกรุกป่าต้นน้ำ ดังนั้น ทุกหน่วยงานจะต้องมาช่วยกันตรวจสอบ และประกาศให้กลุ่มทุนทราบว่า ประเทศไทยมีกฎหมาย ต้องเคารพหมาย การเข้ามาทำมาหากินต้องเคารพกฎหมายไทย และกรรมาธิการฯ ก็จะติดตามในเรื่องนี้ และเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน และทรัพยากรธรรมชาติไทยด้วย 

นายชีวภาพ ยังบอกด้วยว่า การเข้ามาของกลุ่มทุนที่มาปลูกทุเรียน ส้ม และกล้วยนั้น ยังเป็นการแข่งส่งออกกับตลาดไทยด้วย เพราะการเข้ามาใช้พื้นที่ประเทศไทย เพราะมีพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะน้ำ เพราะการปลูกทุเรียนต้องใช้น้ำมาก และมีการเจาะน้ำแบบผิดกฎหมาย ใช้พื้นที่ ก่อนนำผลผลิตมาแข่งขันกับคนไทย จนทำให้ทุกวันนี้ราคาทุเรียนในประเทศแพง เพราะต้องมีการแข่งขัน และยังมีการใช้สารเคมี เพื่อส่งออก จนทำให้เสียชื่อประเทศไทย หรืออย่างเร็ว ๆ นี้ มีการตีกลับทุเรียนไทยจากจีนกว่า 20 ตัน เพราะพบสารเคมีเพื่อแต่งสี และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ทำให้ประเทศไทยเสียหาย 

ส่วนการแนะนำในการแก้ไขการบังคับใช้กฎหมาย หรือแนวทางการปฏิบัติต่อรัฐบาลนั้น นายชีวภาพ ระบุว่า รัฐบาลจะต้องหาช่องโหว่ อย่างการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชนที่กว่า 1,000 ไร่กลับไปอยู่ในการครอบครองของทุนจีน ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และแก้ปัญหา โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่ไปร่วมสนับสนุน ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ รวมถึงประชาชนที่ได้รับการจัดสรรที่ดินด้วย รัฐบาลจะต้องตระหนัก เพราะพื้นที่ป่าลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน และที่มีอยู่จะต้องรักษาไว้ให้ได้ และปัญหาเหล่านี้ เป็นนิติวิทยาศาสตร์ หากหายไปช่วงนี้ รัฐบาลในช่วงนั้น ต้องรับผิดชอบ 

นายชีวภาพ ยังระบุว่า ปัญหาหนึ่งที่พบคือ อบต.มีการไปจัดเก็บภาษีพื้นที่ดังกล่าว ทั้งที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จนทำให้กลุ่มทุนเทา เข้าใจและอ้างว่า มีการเสียภาษีถูกต้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทย เคยออกหนังสือแจ้งท้องถิ่นแล้วว่า ให้งดการจัดเก็บ แต่ อบต.ก็ยังจัดเก็บ ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้น คนไทยก็ต้องออกหน้ารับปัญหา ส่วนทุนจีน ก็หายเข้ากลีบเมฆ 

 

ข่าวล่าสุด