กก.นโยบาย ชงครม. กำหนดจำนวนใบอนุญาติ หมื่นล้าน
หัวใจสำคัญของร่างกม.ฉบับนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนแหล่งขุมทรัพย์หวังสร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาล นั่นคือ กรณี ผู้ประกอบธุรกิจที่จะมาตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ต้องขอใบอนุญาติ นั้น โดยร่างกม.ใหม่ไม่ต่างจากร่างเดิมเท่าไหร่นัก
ระบุไว้ในหมวด 4 ว่าด้วยการอนุญาตและการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งการอนุมัติใบอนุญาต การกำหนดจำนวนใบอนุญาติ ยังเป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบาย เสนอ ครม.พิจารณา เนื้อหานี้ ปรากฎอยู่ในมาตรา 44 ขณะที่ร่างกม.เดิม ระบุไว้ในมาตรา 18 แตกต่างกันที่ตัวเลขมาตราเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ตามร่างกม.ฯฉบับแก้ไขใหม่ ยังคงกำหนดเงินลงทุนให้กับผู้ขอรับใบอนุญาต ไว้ในมาตรา 47 ระบุว่า "ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย มีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท" ใบอนุญาติจะมีอายุ 30 ปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาติ เมื่อใบอนุญาตครบอายุ ให้กก.นโยบายมีอำนาจในการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตได้คราวละไม่เกินสิบปี (ม.53 ) ขณะที่สัญญาเช่าช่วง ร่างกม.เดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 50 ปี ขณะที่ร่างกม.ใหม่ กำหนดไว้ไม่เกิน 30 ปี (ม .63 )
ที่น่าสนใจในร่างกม.ฉบับใหม่ มาตรา 49 กำหนดให้คณะกรรมการนโยบายออกประกาศเพื่อกำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโน ซึ่งจะต้องไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินหรือพื้นที่ใช้สอยของอาคารอันเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร แล้วแต่กรณีใดจะน้อยกว่ากัน
เมื่อเทียบกับร่างเดิม เกี่ยวกับสัดส่วนพื้นที่ กำหนดไว้ในมาตรา 18 ( 6 ) ว่า กำหนดสัดส่วนพื้นที่ของกาสิโนในสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งนี้ต้องไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานบันเทิงครบวงจร ในกรณีที่กาสิโนตั้งอยู่ในอาคารใดให้นับจากพื้นที่อาคารนั้นทั้งหมด
คงประเด็นรับฟังความเห็น แต่เปลี่ยนผู้รับผิดชอบ
ทั้งนี้ ประเด็นของการจัดตั้ง"สถานบันเทิงครบวงจร" ยังคงกำหนดเรื่อง "การรับฟังความคิดเห็นประชาชน" ไว้เช่นเดิม โดยร่างกม.ฉบับใหม่ปรากฎอยู่ในมาตรา 45 วรรคแรก ระบุว่า การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สำนักงานจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ประกอบด้วย ส่วนร่างเดิม เขียนไว้ในมาตรา 9 การรับฟังความคิดเห็น คณะกรรมการนโยบาย ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้
สรุปว่า ร่างกม.ใหม่ ให้สำนักงานควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะเกิดขึ้นตามกฎหมายมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับฟังความคิดเห็น แตกต่างจากร่างเดิมที่เคยกำหนดให้ กรรมการนโยบาย แต่งตั้ง กรรมการเฉพาะกิจ มารับฟังความคิดเห็นในทุกมิติ
ปรับบัญชีแนบท้าย ธุรกิจในสถานบันเทิงจาก 10 ประเภทเหลือ 9 ประเภท
นอกจากนี้ บัญชีแนบท้าย ร่างกม.ฉบับใหม่ กำหนดประเภทธุรกิจสถานบันเทิง 9 ประเภท ได้แก่ 1. ห้างสรรพสินค้า 2. โรงแรม 3. สถานบริการ 4. สนามกีฬา 5. ยอร์ชและครูชชิ่งคลับ 6. สถานที่เล่นเกม 7. สระว่างน้ำและสวนน้ำ 8. สวนสนุก 9. กิจการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด ขณะที่ร่างกม.เดิม มี 10 ประเภท ประเภทธุรกิจที่หายไปคือ พื้นที่สำหรับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและสินค้าโอท็อป
นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบคร่าวๆ ร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ฉบับกฤษฎีกา ที่ปรากฎเป็นข่าวก่อนหน้านี้ กับ ร่างที่กฤษฏีกานำไปแก้ไข ตามนโยบายรัฐบาล ล่าสุด คาดว่า สำนักเลขาธิการครม.จะนำร่างกม.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ฉบับที่กฤษฏีกาตรวจพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมกับบันทึกความเห็นหน่วยงานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมครม.ได้ราววันที่ 11 มีนาคมนี้
คลิกอ่าน >>> ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ฉบับกฤษฏีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว