เนชั่นทีวี

ข่าว

'โฆษกรัฐบาล' ปัดนายกฯ ยื้อปมปลด "นพ.สรณ" พ้นประธาน กสทช.

23 ก.ค. 2569 | thunchanok_kul

'โฆษกรัฐบาล' ปัดนายกฯ ยื้อปมปลด "นพ.สรณ" พ้นประธาน กสทช.

โฆษกรัฐบาล โต้ข้อกล่าวหา นายกฯ ยื้อปมปลด "นพ.สรณ" พ้นประธาน กสทช. ยันเรื่องยังไม่ถึงมือนายกฯ บอกอย่าคาดการณ์จนประชาชนเข้าใจผิด

โฆษกรัฐบาล โต้ข้อกล่าวหา นายกฯ ยื้อปมปลด "นพ.สรณ" พ้นประธาน กสทช. ยันเรื่องยังไม่ถึงมือนายกฯ บอกอย่าคาดการณ์จนประชาชนเข้าใจผิด

KEY

POINTS

  • โฆษกรัฐบาลสวนปมยื้อประธาน กสทช.: "รัชดา ธนาดิเรก" โต้ข้อกล่าวหา "หมอสุภัทร" ยันนายกรัฐมนตรีไม่ได้ถ่วงเวลาตามที่ถูกกล่าวหา
  • ชี้เรื่องยังไม่ถึงมือ อยู่ชั้น คกก.สรรหา: กางขั้นตอนกฎหมายระบุ เรื่องยังไม่ผ่านจาก คกก.สรรหา ไปยังประธานวุฒิสภา จึงยังไม่ส่งมาถึงสำนักนายกฯ
  • วอนวิจารณ์บนข้อเท็จจริง: ขอทุกฝ่ายอย่าคาดเดาจนทำประชาชนสับสน ยันเมื่อเรื่องถึงทำเนียบฯ พร้อมดำเนินการโปร่งใส-ตรงไปตรงมา

23 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เผยแพร่ข้อมูลระบุว่า นายกรัฐมนตรีมีเจตนายื้อ หรือถ่วงเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการวิเคราะห์และคาดการณ์โดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นธรรม

โดยข้อเท็จจริงในปัจจุบัน กระบวนการยังอยู่ในชั้นของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ซึ่งขั้นตอนตามกฎหมายคือ  คณะกรรมการสรรหาจะมีหนังสือแจ้งมติไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จากนั้นจึงจะส่งเรื่องมายังสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องแล้ว จึงจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

“การกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีกำลังยื้อ หรือจะยื้อการดำเนินการ จึงเป็นการพูดที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ไม่ได้ศึกษาขั้นตอนทางกฎหมายมามากพอ เพราะ ณ ตอนนี้เรื่องยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการของนายกรัฐมนตรี การให้ข้อมูลดังกล่าวออกไปย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน"

ทั้งนี้ รัฐบาลเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในการแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร แต่การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ใช่การคาดการณ์หรือการตั้งข้อสันนิษฐาน พูดบนความไม่รู้ เพราะการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน อาจสร้างความสับสนให้แก่สังคม และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการตามกฎหมายได้

เมื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เรื่องมาถึงสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาลจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ

ข่าวล่าสุด