สมช.ยืนยันชาวอุยกูร์แฮปปี้-วางกรอบ 1 เดือนติดตามผลหลังส่งกลับ
01 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

นายกฯ ติดตามผลหลังส่งชาวอุยกูร์กลับจีน - สมช.ยืนยันทุกคนมีความสุข-วางกรอบ 1 เดือนติดตามผล มั่นใจจีนการันตีความปลอดภัย
การเมือง
01 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

นายกฯ ติดตามผลหลังส่งชาวอุยกูร์กลับจีน - สมช.ยืนยันทุกคนมีความสุข-วางกรอบ 1 เดือนติดตามผล มั่นใจจีนการันตีความปลอดภัย
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (1 มี.ค.) เวลาประมาณ 08.30 น. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากคณะผู้แทนไทย ประกอบด้วย สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ที่เดินทางไปพร้อมกัน เพื่อส่งชาวอุยกูร์ ที่อยู่ห่างไกลกลับไปพบกับครอบครัวในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
โดยจะติดตามอย่างต่อเนื่อง หลังรัฐบาลจีนให้ความมั่นใจอีกครั้งว่า พวกเขาคือพลเมืองจีนที่จะต้องดูแลเป็นอย่างดี โดยเลขาฯ สมช. มั่นใจว่า หลังจากเดินทางส่งชาวอุยกูร์ถึงบ้านแล้ว ได้วางกรอบไว้ว่า ประมาณ 15 วัน – 1 เดือน คณะผู้แทนระดับสูงของไทย จะบินไปติดตามพันธสัญญา ที่ทั้งสองประเทศให้ไว้ต่อกันอย่างต่อเนื่อง
โดยคณะชุดนี้รายงานว่า ได้อยู่สังเกตการณ์ และตรวจสอบชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับสู่แผ่นดินแม่ในรอบ 11 ปี ที่เรียกว่า "11 Year Mission possible" โดยชาวอุยกูร์ 40 คน เดินทางถึงเมือง “คาซือ” หรือ เมืองคัชการ์ มณฑลซินเจียง ซึ่งเป็นเมืองที่ใกล้กับบ้านเกิดของชาวอุยกูร์กลุ่มดังกล่าวมากที่สุด โดยหลังจากได้รับการตรวจสุขภาพ และได้ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่อยู่ใกล้เมือง “คาซือ” ในระยะไม่เกิน 140 กิโลเมตร และกลุ่มที่อยู่ไกลจากเมืองคาซือกว่า 1,000 กิโลเมตร เนื่องจากมณฑลซินเจียง มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 3เท่า รัฐบาลจีนจึงได้จัดยานพาหนะเพื่อส่งกลับไปตามบ้านเกิด ที่กระจายในหลายเมืองของมณฑลดังกล่าว
โดยในช่วง 14:00 น. เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมคณะ ในฐานะผู้สังเกตการณ์ได้เข้าไปสังเกตการณ์การเดินทางส่งกลับในจุดที่ห่างจากเมือง“คาซือ”ที่อำเภอ “เจียซือ” ห่างจากเมือง “คาซือ“ ประมาณ140 กิโลเมตร โดยมีชาวอุยกูร์ที่ผ่านการตรวจสุขภาพเรียบร้อยแล้ว ได้เดินทางถึงบ้านเกิดด้วยความปลอดภัย ได้กลับไปอยู่กับครอบครัว โดยพวกเขาเหล่านั้นแสดงความดีใจ ที่ได้กลับมาพบกับครอบครัวและ บางคนเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับหลาน ๆสมาชิกใหม่ของครอบครัว ซึ่งบางคนสามารถพูดภาษาไทยได้บ้างก็ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันเดียวกัน คณะผู้แทนไทยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชาวอุยกูร์ที่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ในโรงพยาบาลประจำ "อำเภอเจียซือ" ในเมือง “คาซือ” โดยพวกเขาได้ฝากความระลึกถึงและขอบคุณผู้แทนจากสำนักจุฬาราชมนตรี ที่เข้ามาเยี่ยม และร่วมประกอบพิธีทางศาสนารวมทั้งเลี้ยงอาหารฮาลาล ในระหว่างที่อยู่ในห้องกักของ สตม.
นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า “เท่าที่ตนเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเองพร้อม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและคณะ รู้สึกได้ถึงความผูกพันระหว่างชาวอุยกูร์กับเจ้าหน้าที่ของ สตม. ทำให้การส่งกลับเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยยืนยันในส่วนของการพิจารณาการส่งกลับในเรื่องนี้นั้น ประเทศไทยได้พิจารณาในทุกมิติ ประเทศไทยได้พยายามเจรจากับรัฐบาลจีนมาตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้จีน รับรองความปลอดภัยของการส่งกลับชาวอุยกูร์กลุ่มดังกล่าว และการต้องอนุญาตให้คณะผู้แทนไทย สามารถเดินทางไปตรวจเยี่ยมภายหลังจากการส่งกลับได้ แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ จนมาในยุครัฐบาลปัจจุบัน ที่รัฐบาลจีนได้มีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ และการพบปะหารือระดับผู้นำประเทศในห้วงการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการในโอกาสการสถานปนาความสัมพันธ์ไทย - จีน ครบรอบ 50 ปี ของนายกรัฐมนตรี ทางการจีนก็ยืนยันในหลักการรับรองความปลอดภัยด้วยอีกครั้ง
ทั้งนี้ ก่อนการส่งกลับชาวอุยกูร์ จีนได้ส่งคลิปญาติพี่น้องของผู้ต้องกักชาวอุยกูร์ ที่แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในบ้านเกิดของตนเองในปัจจุบัน ซึ่งต่างจากเมื่อ 11 ปีที่แล้ว จนทำให้ชาวอุยกูร์ต้องการจะเดินทางกลับ เนื่องจากติดอยู่ในห้องกักมาเกือบ 10 ปี และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้นำเนื้อหาในหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการจากทางการจีน มาแปลเป็นภาษาอุยกูร์เพื่อให้ชาวอุยกูร์ในห้องกักดู จนนำมาสู่การเดินทางกลับโดยสมัครใจในท้ายที่สุด นายฉัตรชัยกล่าว
ด้าน นายจิรายุ ยืนยันว่า สำหรับการเดินทางเยือนจีนเพื่อสังเกตการณ์และตรวจเยี่ยมการส่งกลับชาวอุยกูร์ครั้งแรกของคณะผู้แทนไทยนั้นจะเดินทางกลับในวันอาทิตย์นี้ พร้อมสรุปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบภายใน 7 วัน โดยจะมีการติดตามตรวจสอบตามว่าชาวอุยกูร์ 40 คนที่กลับแผ่นดินแม่ จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่มีสิทธิเสรีภาพต่อไป ตามเจตจำนงของทั้งสองประเทศ
ส่วนการเดินทางครั้งที่ 2 เมื่อคณะดังกล่าวเดินทางกลับประเทศไทยและมีการสรุปรายงานเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจะกำหนดการเดินทางไปตรวจเยี่ยมชาวอุยกูร์อีกครั้ง ในระยะเวลาประมาณ 15 ถึง 30 วันซึ่งรัฐบาลไทย ยืนยันถึงความโปร่งใส และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนเดินทางร่วมในการตรวจเยี่ยมดังกล่าวด้วย