อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการต้องรอการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ ว่า จะจัดสรรงบประมาณให้เท่าใด ซึ่งหากกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ลดปัญหาการจราจร และสามารถควบคุมต้นทุนโครงการได้ แต่หากล่าช้า ต้นทุนก่อสร้างจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการ
“Hatyai Monorail ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของหาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นตัวแบบของความร่วมมือระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น โดยอบจ. สงขลาได้ศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบพร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วรอการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ จากสำนักงบฯ พร้อมเป็นการกระตุ้นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลาง กับท้องถิ่น และภาคเอกชน ซึ่งการดำเนินโครงการที่รวดเร็วจะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็วที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายนิพนธ์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงการนี้ และพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นจริง รองรับการขยายตัวของเมืองหาดใหญ่ และปริมณฑลและเป็นต้นแบบของระบบขนส่งสาธารณะในภูมิภาคอื่นของประเทศต่อไป