ต่อมา วันที่ 7 ก.พ.68 เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางทีมงาน สส.ปูอัด ได้ส่งต่อข้อความแจ้งผ่านกลุ่มไลน์ “ความเคลื่อนไหว สส.ปูอัด ไชยามพวาน” ระบุว่า
“โดนใส่ร้ายเหมือนเดิมครับ ดิสเครดิตครับ”
ผมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำตามความผิดที่ถูกกล่าวหาแน่นอน ในส่วนที่ถูกกล่าวหาอย่างไรขอผมดูก่อน เพราะผมยังไม่รู้เลยว่าถูกกล่าวหาเรื่องอะไร?
ในประเด็นไหนบ้าง?
เพราะผมยังไม่ได้รับทราบข้อกล่าวหาหรือมีโอกาสชี้แจงเลยต่อพนักงานสอบสวน และผมขอตั้งคำถามกับกระบวนการยุติธรรม ผมสงสัยมากว่าทำไมเป็นการข้ามไปออกหมายจับ แทนที่จะเป็นหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาให้ผมได้ชี้แจงกับทางเจ้าหน้าที่ก่อน เป็นการดำเนินการของตำรวจและผู้กล่าวหาฝั่งเดียว เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ยืนยันผมไปรับทราบข้อกล่าวหาแน่นอน ว่ามีประเด็นไหนบ้างและรอบนี้ผมสู้แน่นอน ผมมั่นใจว่าไม่ได้กระทำอย่างที่ถูกกล่าวหา
พร้อมตั้งคำถามกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่
1. จากที่ผมได้กล่าวข้างต้นผมถามว่าผมอยู่ตรงไหนของสมการในกระบวนการยุติธรรมนี้หรือไม่อย่างไร?
2. ทำไมถึงไม่ออกหมายเรียก คิดว่าผมจะหนีหรือไม่อย่างไร? และผมจะหนีทำไม? รอบนี้ผมไม่ยอม ผมสู้แน่นอน ในกระบวนการยุติธรรม
9 กุมภาพันธ์ 2568 ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ โดยเป็นภาพ สส.ปูอัด พร้อมกับ 2 สาวนักท่องเที่ยวชาไต้หวัน ซึ่งมีการดื่ม และเต้นกันอย่างสนุกสนาม
และอีกคลิปเป็นภาพ สส.ปูอัด เดินพาไปส่ง 2 สาวไต้หวัน ที่โรงแรมที่เกิดเหตุ โดย สส.ปูอัด เดินจุงมือกับนักท่องเที่ยวสาวเสื้อสีดำ
ซึ่งฝั่ง สส.ปูอัด ได้ให้ทีมงานออกมาโต้ตอบ “โดนใส่ร้ายเหมือนเดิมครับ ดิสเครดิตครับ”
ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ก็มีคลิปวงจรปิดดังกล่าว ก่อนนำไปเป็นหลักฐานในการสู้คดีในชั้นศาล ทั้งฝ่ายกล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหา ตามกระบวนการกฎหมายต่อไป