นายรังสิมันต์ ยังเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนการเปิดการงดเว้นวีซ่า ท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตซ้ำ ทั้งที่บางพื้นที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีการท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะมีการประกาศกฎอัยการศึก หรือเป็นพื้นที่ด้านความมั่นคง แต่หากนักท่องเที่ยวสนใจอยากไปสำรวจพื้นที่ เพื่อประกอบธุรกิจในพื้นที่ละเอียดอ่อน รัฐบาลจะต้องมีกลไกในการขออนุญาตก่อน เพื่อป้องกันกลุ่มที่แฝงตัวมาเป็นนักท่องเที่ยวข้ามจากแม่สอดไปเมียวดี หรือข้ามจากด่านเจดีย์สามองค์ ไปเมืองพญาตองซู รวมถึงรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับกลไกภายใน ในการเอาจริงเอาจังกับบัญชีม้า ทำให้ธนาคาร และผู้ร่วมให้บริการต่าง ๆ จะต้องร่วมรับผิดกับความเสียหายของประชาชน
นายรังสิมันต์ ยังระบุอีกว่า นอกจากเมียนมาแล้ว ประเทศกัมพูชา ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่สำคัญไม่แพ้เมียวดี ดังนั้น รัฐบาลจะต้องไปสำรวจว่า มีทรัพยากรใดของไทย ที่ส่งถึงไปกัมพูชาบ้าง
ส่วนท่าทีของนายอนุทิน ที่ไม่ดำเนินการแต่แรกนั้น นายรังสิมันต์ เห็นว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ควรถึงนายภูมิธรรม หรือควรสิ้นสุดสูงสุดที่นายอนุทินเท่านั้น ดังนั้น การที่นายอนุทิน ไม่ดำเนินการในลักษณะนี้ ทำให้ประเทศเสียหาย และไม่ควรลอยหน้าลอยตาต่อไปเช่นนี้ และนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาดำเนินการใด ๆ หรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ แต่ตอนก็ขอชื่นชมรัฐบาลที่จะดำเนินการตัดไฟดังกล่าวอย่างจริงจัง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้ว นายอนุทิน จะต้องรับผิดชอบเพราะไม่ยอมใช้อำนาจหน้าที่ของตนเอง
นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ตนเองได้โพสต์ข้อความให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร.ดูแลลูกน้องตนเอง ที่ปล่อยให้มีการเข้าออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย ผ่านท่าข้าม เพื่อไปเล่นพนันในเมียวดีคอมเพล็กซ์ว่า “พลตำรวจตรี ต.เต่า” เคยออกมายอมรับว่า ตัวเองเคยทำธุรกิจที่เมียวดีคอมเพล็กซ์ ซึ่งภายในมากาสิโนแบบออฟไลน์ การพนันออนไลน์ และอาจมีแก๊งส์คอลเซ็นเตอร์ และตรงข้ามเมียวดีคอมเพล็กซ์ ยังมีท่าข้าม ทั้งที่ “พลตำรวจตรี ต.เต่า”เป็นตำรวจ แทนที่จะบังคับใช้กฎหมาย แต่กลับปล่อยปละให้มีผู้ใช้ท่าข้ามเดินทางไปเล่นกาสิโน ซึ่งทำให้เกิดรายได้ที่เข้าข่ายการฟอกเงิน และยังเชื่อว่า “พลตำรวจตรี ต.เต่า” มีคนที่อยู่ระดับสูง เป็นลมใต้ปีกให้ “พลตำรวจตรี ต.เต่า” แต่ ผบ.ตร.กลับไม่ดำเนินการใด ๆ และออกมาให้ข่าวมั่วว่า ไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่มีผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอยู่ในองค์กร จึงตั้งข้อสังเกตว่า เส้นเงินต่าง ๆ การซื้อขายตำแหน่งมีมากจนทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง “พลตำรวจตรี ต.เต่า” หรือไม่ และแก๊งส์คอลเซ็นเตอร์ จะไม่สามารถอยู่ได้ หากไม่มีข้าราชการทุจริตคอยให้การช่วยเหลือ และจะไม่มีประชาชนที่เสียหายหมดตัวจนต้องฆ่าตัวตาย ถ้าระบบกฎหมายสามารถอำนวยความยุติธรรรมได้อย่างแท้จริง