เนชั่นทีวี

การเมือง

"ทวี" ลุยแม่สอด ติดตามการช่วยเหยื่อ "แก๊งคอลฯ - ตัดไฟเลี้ยงสแกมเมอร์"

02 ก.พ. 2568 | natthanan_chu

"ทวี" ลุยแม่สอด ติดตามการช่วยเหยื่อ "แก๊งคอลฯ - ตัดไฟเลี้ยงสแกมเมอร์"

"ทวี" ลุยแม่สอด ติดตามการช่วยเหยื่อ "แก๊งคอลฯ - ตัดไฟเลี้ยงสแกมเมอร์" หารือปัญหาติดขัดอะไร เพื่อรายงานตรง "นายกฯอิ๊งค์"

2 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อประชุมด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด และสำนักงาน ป.ป.ส.ในพื้นที่ 

เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือบุคคลที่ถูก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หลอกไปทำงาน

 

โดยเฉพาะบุคคลสัญชาติจีนที่มีชื่อเสียง และจะหารืออุปสรรคปัญหาของการตัดกระแสไฟฟ้าจากฝั่งไทย ที่ไปหล่อเลี้ยงขบวนการผิดกฎหมายในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านด้วย

พ.ต.อ.ทวี กล่าวกับ “เนชั่นทีวี” ว่า ก่อนหน้านี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะของจีน เดินทางมาประเทศไทย และได้ประสานข้อมูลเกี่ยวกับชาวจีนที่ถูกหลอกไปทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองใหม่หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก

 

 

"ทวี" ลุยแม่สอด ติดตามการช่วยเหยื่อ "แก๊งคอลฯ - ตัดไฟเลี้ยงสแกมเมอร์"

 

 

เบื้องต้นมีการส่งข้อมูลเหยื่อให้กับทางการไทย 12 คน ช่วยเหลือกลับมาได้แล้วจำนวนหนึ่ง ตนจึงลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ยังตกค้าง

 

 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ลงพื้นที่พร้อมกันด้วย และจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแม่สอด ในเวลา 14.00 น.

พร้อมกันนี้จะมีการหารือถึงอุปสรรคปัญหาเกี่ยวกับการตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยไปหล่อเลี้ยงขบวนการผิดกฎหมาย ว่ามีข้อติดขัดประการใด

เพื่อสรุปเป็นข้อมูลเสนอนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ต่อไป

 

 

สำหรับการลงพื้นที่ของ พ.ต.อ.ทวี ครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนภารกิจจากที่จะไป จ.นครราชสีมา เป็นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก แทน เนื่องจากมีความคืบหน้าการติดตามให้ความช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง รวมถึงปัญหาการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังเมืองใหม่ที่ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางของสแกมเมอร์ 

 


รายงานข่าวแจ้งว่า "พ.ต.อ.ทวี" รมต.คนแรกของรัฐบาลนี้ที่ลงพื้นที่แม่สอด หลังจากปล่อยให้ผู้ช่วยรัฐมนตรีจีนลงไปก่อน จนไทยเสียหน้า

 

 

 

เบื้องหลังความร่วมมือ "ไทย-จีน" ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

 

สืบเนื่องจากวันที่ 13 ม.ค. 2568 สำนักงานความมั่นคงเขตบริหารพิเศษฮ่องกง พร้อมคณะเข้าเยี่ยมและหารือ รมว.ยธ. ประเด็นความร่วมมือด้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดย รมว.ยธ. มีข้อสั่งการให้ สำนักงาน ป.ป.ส. ช่วยติดตามชาวจีน - ฮ่องกง จำนวน 12 ราย ถูกหลอกไปทำงาน Call Center บริเวณพื้นที่บริเวณพื้นที่เขตอิทธิพลกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army : DKBA) สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า (เขตอิทธิพลของ พล.จ.ไซจอละ หรือโกไซ)

การดำเนินการ


1. ขก. ตรวจสอบข้อมูลการเดินทาง-เข้าออกประเทศไทยของชาวจีน - ฮ่องกง ทั้ง 12 ราย พบ 10 รายเดินทางเข้าประเทศไทยในห้วงปี พ.ศ.2567 และ 2 ใน 10 ราย พบเดินทางออกจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 และวันที่ 17 ม.ค. 2568 

 

2. ขก. ประสานกับ ขกท. ให้ช่วยติดตามตัวชาวฮ่องกงทั้ง 12 ราย กระทั่งวันที่ 20 ม.ค. 2568 ได้รับแจ้งว่า ฉก.ราชมนู
 พบ Mr. LAM KA LOK ชาวฮ่องกง 1 ใน 12 ราย ที่ บริเวณบ้านช่องแคบ ม.1 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของ พล.จ. ไซจอละ หรือโกไซ

 

2.1 จาการสอบปากคำ Mr.LAM KA LOK ทราบว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายจิงเป่า ชาวจีน ให้มาทำงานรับจ้างลักลอบขนเงิน ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 500,000 บาท วันที่ 13 ต.ค. 2567 ได้เดินทางมายังประเทศไทย จากนั้นมีชาวไทยมารับและเดินทางไปยัง จ.ตาก เพื่อข้ามฝั่งไปเมียนมา โดยได้ทำงานเป็นแอดมินสแกมเมอร์ ซึ่งมีชาวจีนชื่อนายเหว่ยแส้ เป็นผู้จัดการ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนไม่ได้รับค่าตอบแทน กระทั่งวันที่ 19 ม.ค. 2568 นายเหว่ยแส้ฯ ได้พาตนขึ้นรถยนต์มาส่งที่บริเวณท่าข้ามธรรมชาติ

 

3. วันที่ 27 ม.ค.2568 ขก. ร่วมกับ ขกท. เจรจากับกลุ่มกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army : DKBA)  ให้ช่วยติดตามชาวจีน - ฮ่องกง ที่เหลือทั้ง 10 ราย และได้รับรายงานว่าพบตัว Mrs.SUET  ในพื้นที่บริเวณเขตอิทธิพลของกลุ่ม DKBA ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานกำหนดวันนำส่งตัวกลับมายังประเทศไทย

 

 

"ทวี" เผย "ผู้ช่วย รมต.จีน" ​มอบหลักฐาน-แลกเปลี่ยนข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

 

 

ข่าวล่าสุด