2.ขอให้ช่วยกันติดตาม "แก๊งสแกมเมอร์" ที่อยู่ในพญาตองซู ฝั่งเมียนมา โดยได้รับข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่ามีการขยายใหญ่โตมาก และเป็นหนึ่งจุดสำคัญที่ไทยขายไฟฟ้าให้กับบรรดาแก๊งสแกมเมอร์ที่พญาตองซู ทั้งที่บริเวณจุดอ่อนบริเวณจุดผ่อนปรน ใน อ.สังขละบุรี มีขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว และทราบว่าด่านนี้มีการปิดตลอด ซึ่งเป็นผลจากการสู้รบในเมียนมา ดังนั้น สุดท้ายแล้วการขยาย"แก๊งสแกมเมอร์"ในพญาตองซู ก็ต้องพึ่งพาไฟฟ้าและสาธารณูปโภคพื้นฐานจากไทย และอาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว
"ผมคาดหวังจาก คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รอวนานกฯ และ รมว.มหาดไทย ช่วยทำหน้าที่ของตัวเอง วันนี้คงไม่ต้องถามลิงที่ไหน เพราะก็มีตาอ่านข่าวสามารถตัดไฟได้เลย ไม่ต้องไปโยนให้ใครตัดสินใจเพราะเป็นอำนาจของกระทรวง แต่หากคุณอนุทินอยากให้ใครมาสั่ง ก็ขอฝากไปถึงนายกฯ แพรทองธาร ชินวัตร ให้ช่วยสั่งคุณอนุทิน พร้อมมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของอำนาจ แต่ตัดไฟไม่ได้เพราะผลประโยชน์เยอะใช่หรือไม่" นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามย้ำ ถึงการเปิดเผยข้อมูลของ"พลตำรวจตรี ต."มีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนและจะให้ ผบ.ตร. กับ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการอย่างไร"นายรังสิมันต์"กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รู้กันในวงการตำรวจ "พลตำรวจตรี ต."คนนี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ใน อ.แม่สอด และเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญของเมียวดีคอมเพล็กซ์ ดังนั้นจึงขอฝากให้ ผบ.ตร. เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบพลตำรวจตรีคนนี้ก่อน ซึ่งตนชี้เป้าให้แล้ว
เมื่อถามถึง การที่ "นายหลิว จงอี" ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงและสาธารณะ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาประชุมกับเจ้าหน้าที่ไทย เรื่องการปราบปรามกระบวนการคอลเซ็นเตอร์ คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ "นายปิยะรัช จงเทพ"โฆษก กมธ.ความมั่นคงฯ บอกว่าได้รับทราบกรณีนี้ ซึ่ง "นายหลิว จงอี" มาในฐานะตัวแทนของรัฐบาลจีน และต้องการตั้งกระบวนการสืบสวนสอบสวนไปพร้อมกัน ทราบว่าทางการไทยได้ส่งตำรวจไปร่วมในกระบวนการนี้
โดยมีสองประเด็นสำคัญคือจะเป็นการทำงานโดยอิสระและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคงไทยมากน้อยแค่ไหน หากต่างฝ่ายเปิดเผยกันได้เต็มที่ ก็ต้องดูด้วยว่าการสั่งการของคณะทำงานชุดนี้จะมีผลต่อรัฐบาลไทยอย่างไร เพราะหากรัฐบาลไทยไม่ตอบรับก็ไม่มีประโยชน์
ประเด็น 2 คือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเมียนมากับไทย จะมีผลกระทบด้วยหรือไม่ เพราะการเข้ามาของจีนอาจส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาในอนาคต