นางสาวกชพร ยังทราบดีว่า อาจมีข้อกังวลจากบางกลุ่มที่มองว่า กฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย แต่เชื่อว่าแก่นแท้ของความเป็นไทยคือการยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีเหตุผล ภายใต้ความอ่อนน้อม ไม่ก้าวร้าว มีการสื่อสาร และทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน จะสามารถก่อให้เกิดความเข้าใจ และการยอมรับในสังคมได้ในที่สุด
นางสาวกชพร เห็นว่า ประเทศไทยสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในระดับนานาชาติในเรื่องการส่งเสริมความเท่าเทียม การออกกฎหมายนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของสังคมไทยในสายตานานาชาติ ว่าเราคือประเทศที่ทันสมัย เปิดกว้างและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง
"ดิฉันเชื่อมั่นว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรักและความเมตตาที่มีต่อกันในสังคมไทย และเป็นเครื่องยืนยันว่า เราทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกันในมุมของกฎหมาย ตนและพรรคก้าวอิสระ ผลักดัน สนับสนุน ให้เกิดความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวข้ามความขัดแย้งในสังคม มาโดยตลอด ดีใจที่ได้เห็นก้าวสำคัญทางกฎหมาย ก้าวสู่ความเท่าเทียม เป็นประชาธิปไตยที่จริงใจ ที่หลายฝ่ายเฝ้ารอค่ะ" หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ กล่าว