“เมื่อประชาชนที่ถูกหลอกเมื่อโทรมายังศูนย์ AOC บัญชีของผู้เสียหายโอนไปที่ใดก็จะทำการอายัดทุกที่เพื่อยับยั้งบัญชีทันทีไม่ว่าจะเป็นแถวหนึ่ง แถวสอง หรือ แถวสาม จากนั้นศูนย์ AOC เมื่อมีดาต้าข้อมูลของประชาชน โดนหลอกไม่ว่าจะด้วยวิธีการแบบใด ได้มีการเก็บรวบรวมไว้และมอบให้ผู้เกี่ยวข้องไปดำเนินการ รวมถึงเมื่อธนาคารใดมีการเปิดบัญชีมาจำนวนมากก็จะส่งข้อมูลไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ให้ดำเนินการกวดขัน ส่วน ตำรวจ ก็จะส่งข้อมูลสถานที่ต่างๆ ขณะที่ กสทช.จะตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ เพื่อดำเนินการส่งข้อมูลให้ตำรวจต่อไป” นายเอกพงษ์ กล่าว
นายเอกพงษ์ ยังย้ำว่า ขณะนี้ ศูนย์ AOC ยกระดับ การประสานงานความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการตรวจสอบบัญชีม้าที่เข้มขึ้น จากเดิมชื่อ-นามสกุลเดียวกันมีถึง 100 บัญชี ทยอยระงับ แต่ตอนนี้เมื่อมีชื่อ-สกุลเดียวกัน ก็จะระงับทุกบัญชีทันที ซึ่งจะเป็นการกำจัดบัญชีม้าออกจากระบบได้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ทาง กสทช.ยังมีมาตรการ ให้คนที่มีซิมมากกว่า 6 เลขหมาย หรือเกินกว่าจำนวนที่กำหนดมาชี้แจงถึงเหตุผลในการใช้งาน
“มาตรการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยกัน อาจจะไม่ได้เป็นการโค่นต้นไม้ แต่เป็นการลิดกิ่งก้านสาขาไม่ให้การเติบโต แม้แก๊งอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพจะไม่หมด เพราะเกิดขึ้นมาตั้งนาน แต่ตอนนี้ก็มีหนทางเริ่มที่จะจับกุม เพื่อให้ประชาชน มีความเสียหายที่น้อยลง ซึ่งหนึ่งปีที่ผ่านมา จากการรวบรวมสถิติปรากฏว่า คดีและความเสียหายลดลงประมาณ 44% ถือว่ามากแต่ยังไม่พอใจ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ AOC อยากจะบอกประชาชนว่า เมื่อถูกหลอกแล้วหรือมีแหล่งข้อมูลแล้ว ก็สามารถโทรมาที่ศูนย์ AOC ได้” นายเอกพงษ์ กล่าว