และเมื่อถามต่อว่า นายทักษิณได้พูดคุยปรับทุกข์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คุณพ่อจะพูดว่าทุกวันนี้เขามีความสุข เขาได้กลับบ้าน ได้เจอลูกเจอหลาน ถ้าไม่สบายพวกเราก็ดูแลได้ เขาพูดว่าสมัยก่อนที่อยู่เมืองนอกไม่ทราบว่าจะได้กลับเมื่อไหร่ แต่เขาพูดว่าทุกปีจะกลับ และจะพยายามไม่ป่วย ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพราะเวลาไม่สบาย ตอนเป็นโควิดหนักมาก ซึ่งช่วงนั้นตนท้องลูกคนแรกก็ไม่ได้เจอ ถือเป็นช่วงเวลาที่แย่ ก็เข้าใจเขา
ส่วนจะทำให้แรงกระเพื่อมทางการเมืองนิ่ง และอยู่จนครบวาระหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นคนละเรื่องกัน แม้ว่าคุณพ่อจะเป็นพ่อของนายกฯ ปัจจุบัน แต่ก็ไม่เกี่ยวกัน การเมืองก็ต้องเดินหน้าต่อไป รัฐบาลก็ทำงานต่อไป แต่ก็เป็นเรื่องดี
"แต่ตัวคุณพ่อเองก็ดี เพราะสิ่งที่เขาทำไม่ได้ถูกฟ้องร้อง ทำให้ทุกคนที่ให้กำลังใจท่านอยู่ก็รู้สึกโอเคขึ้น นิ่งขึ้น"
"นายกฯ" ยังยอมรับว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัย จะทำให้ต่างชาติมั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลมากขึ้น เหมือนกับที่ตนพูดเมื่อวานนี้ ว่าเสถียรภาพเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งตนยอมรับความเห็นที่แตกต่าง เพราะเราเป็นคนสาธารณะอยู่แล้ว และต้องพยายามทำงานให้ครบวาระ (นายกฯ พูดผิดว่า 4 ปี) เพราะในสายตาต่างชาติ เข้าใจว่าประเทศไทยถ้าจะให้อยู่ครบ 4 ปี เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่อยากให้คิดแบบนั้น ซึ่งในระบบเมื่อตั้งรัฐบาลแล้วควรทำงานให้ครบ 4 ปี อยากให้ทั่วโลกเข้าใจแบบนี้ เพราะนักลงทุนต้องคิดก็เหมือนเราที่เป็นนักธุรกิจถ้าจะเช่าร้านที่ไหนเรามีสัญญาปีต่อปีเราจะต่อสัญญาหรือไม่ก็ต้องคิดล่วงหน้า เพราะฉะนั้นความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลจึงจำเป็นมาก