ส่วนเรื่องของการปราบปราม นายกฯระบุว่า ขอให้ตัดวงจร และเพิ่มประสิทธิภาพการยึดอายัดทรัพย์เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และคิดว่าจะเป็นการดี เราเองดูแลประชาชน แล้วเราต้องดูแล ข้าราชการที่ทำงานด้วย เมื่อถึงจุดนั้นอยากให้มีการตรวจเช็กข้าราชการด้วย ไม่ใช่การไม่ไว้ใจ แต่อยากให้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าคนทำงานไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ประชาชนจะได้ไว้ใจคนที่เข้าไปปราบปราม ดูแล บำบัด
ส่วนเรื่องของการบำบัดมี ปปส. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มหาดไทย (มท.) ตำรวจ ทหาร คอยดูแล และขอให้เร่งพิจารณาสถานพยาบาล และการเปิดศูนย์บำบัด อยากให้ย้ำเสมอว่า ขอให้ใจดีกับผู้รักษา เพราะกำลังใจเท่านั้นทำให้ผู้บำบัดเดินออกไปอย่างสง่างาม และขอย้ำในเรื่องของการฝึกอาชีพที่รัฐบาลอยากจะดูต่อเนื่องให้ผู้บำบัดมีอาชีพอย่างจริงจัง
สุดท้าย ขอเน้นย้ำว่า รัฐบาลจริงจังกับการแก้ปัญหา ให้หมดไปทั้งประเทศ และให้ปัญหายาเสพติดลดลง 90% เป็นพื้นที่สีขาวในทุกพื้นที่
โดยหลังจากที่"นายกรัฐมนตรี" กล่าวมอบนโยบายเสร็จสิ้น รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ตอบรับว่าจะตรวจสารเสพติด ตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปถึงข้าราชการในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด
ก่อนที่ นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางต่อไปยัง ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จเพื่อติดตามกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของโครงการมินิธัญญารักษ์ และเดินทางต่อ ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหายาเสพติด (อบต.น้ำใส) ตำบลน้ำใส อำเภอจตุรพักตรพิมาน เพื่อตรวจติดตามการฝึกอาชีพและแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เข้ารับการบำบัด และพบปะประชาชนกว่า 500 คน
อย่างไรก็ตามทั้ง "ธวัชบุรีโมเดล" จังหวัดร้อยเอ็ด และท่าวังผาโมเดล จังหวัดน่าน เป็นการขับเคลื่อนพื้นที่นำร่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เป็นจังหวัดสีขาว ภายในเกือนกันยายน 2567 ของรัฐบาลเพื่อไทย 1 ครั้งที่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" เป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นายกรัฐมนตรี" ให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน Lexus สีบรอนซ์เงินหมายเลขทะเบียน 5 ขส 45 กรุงเทพมหานคร ในการเดินทางปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด