ส่วนการส่งเสริมให้สังคมเกิดกระบวนการยุติธรรมนั้น เห็นว่า ควรให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่ง สส. 500 คนมาจากตัวแทนของทั้งประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบ กรณีเหตุการณ์ตากใบจะหมดอายุความ จะเป็นหนทางหนึ่งที่จะร่วมกันทำให้เกิดความเป็นธรรม เพราะถือเป็นการระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางออก
ขณะที่ "นายอดิศร เพียงเกษ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของสภาฯ ที่ได้เปิดโอกาสให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนมาอภิปรายเรื่องตากใบ ตากใบนี้ 20 ปีมาแล้ว บางคนอายุก็ไม่มาก ผ่านการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 9 คน รวมถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจุบัน เรื่องนี้เริ่มจากนายทักษิณ ชินวัตร ตั้งคณะกรรมาธิการอิสระ และแสดงความเสียใจขอโทษกับเหตุการณ์ ต่อมา พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ก็แสดงความรับผิดชอบขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนมาถึงสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนถึงนายเศรษฐา ทวีสิน ตนจึงขอให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์
"นายอดิศร"กล่าวต่อว่า "พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี" สส.บัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ ตนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมไม่สอบถามเรื่องนี้ในขณะที่เป็นกรรมาธิการ ตนจึงอยากให้สภาแห่งนี้รับเรื่องนี้ไปให้กรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่ดูแลเรื่องนี้ หรือกรรมาธิการอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้รับลูก พิจารณาหารายละเอียด ไม่ใช่ละเลยเพิกเฉย ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก จึงขอสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องนี้และขอความแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย
“ผมอยากให้เดินทางไปสู่ความปรองดอง และอยากให้กำลังใจ เที่ยงคืนนี้จะขาดอายุความ ได้แต่จำคำพูดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่ามีแต่ปาฏิหาริย์ อยากให้ปฏิบัติจริงๆ อยากให้ความยุติธรรมก่อเกิด ทั้งฝั่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกจังหวัดที่ไม่ได้รับความยุติธรรม” นายอดิศร กล่าว
ด้าน "นายรังสิมันต์ โรม"สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน อภิปรายว่า ญัตติที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้มีถ้อยคำสำคัญ แฝงอยู่คือคำว่าความจริงใจ ที่เชื่อว่าความจริงใจจะเป็นหัวใจที่สำคัญที่ไม่ใช่เพียงกรณีตากใบ แต่รวมไปถึงการแก้ปัญหาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงที่ผ่านมาตนมีโอกาสต้องกระทู้ถามต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง กำกับดูแลกิจการตำรวจ ว่าแทบจะไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย ไม่ได้เห็นความจริงใจของรัฐบาลชุดนี้ในการแก้ปัญหาดับไฟใต้ ที่จะทวงความยุติธรรมให้กับผู้ที่เสียหายและผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์ตากใบแม้แต่น้อย
นอกจากนั้น "นางสาวแพทองธาร ชินวัตร" นายกรัฐมนตรีได้เคย พูดเป็นนัยยะว่าทำไมถึงมาฟ้องเอาตอนนี้ตอนที่คดีใกล้จะหมดอายุความกลายเป็นว่าเหยื่อคนที่สูญเสียกลายเป็นแพะ เป็นคนที่ถูกตราหน้าจากสังคม หากย้อนกลับไป 20 ปีที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นทราบดีว่าไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ระหว่างการตีกอล์ฟอยู่เข้าใจว่าคนธรรมดาต้องมีการพักผ่อน แต่เหตุการณ์ชุมนุมลากยาวจนเกิดเหตุไม่มีมีความรู้สึกในเรื่องนี้เลยหรือไม่ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการ
“แต่วันนี้จากนายกผู้พ่อสู่นายกผู้ลูก เราจะส่งสัญญาณถึงการละเลยถึงความเจ็บปวดของประชาชนเหมือนเดิมอีกหรือ” นายรังสิมันต์ กล่าว
ทั้งนี้ หากรัฐบาล จะเดินหน้าต่อไปจะต้องตอบ 3 คำถาม ที่ฝากไว้กับรัฐบาลให้คิดคือ 1.รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าเหตุการณ์ตากที่เกิดขึ้นในสมัยอดีตนายกทักษิณ ไม่ใช้อำนาจหน้าที่และปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นได้ 2. จะมีกระบวนการและนโยบายอย่างไร ที่จะมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมจะไม่เป็นเช่นนี้อีกแล้ว แล้วจะสร้างความมั่นใจอย่างไรให้กับพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.ขอรัฐบาลช่วยสร้างความแตกต่างในการดับไฟใต้ที่จะนำไปสู่ความแตกต่างให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความหวัง
นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง ได้ร่วมกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง จากนั้นได้ให้ผู้เสนอญัตติทั้ง2 คนอภิปรายสรุป โดยมีแนวทางเดียวกันคือให้ส่งญัตติดังกล่าวไปยังคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ศึกษาเพิ่มเติม ภายใน 90 วัน และนำข้อเสนอในสภาส่งไปยังรัฐบาลด้วย