ส่วนที่ ปปง. อายัดทรัพย์สิน ที่ระบุว่าน้อยไป ควรจะต้องอายัดเท่าไหร่ นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า จากการที่มีผู้เสียหายได้ไปแจ้งความตำรวจสอบสวนกลางจำนวนมาก ซึ่งเป็นอายัดในเบื้องต้นก่อน หลังจากนี้จะต้องมีการรายงานไปที่คณะกรรมการธุรกรรมนี่และอาจจะมีการอายัดเพิ่มเติมก็เป็นไปได้
"นายเลิศศักดิ์" ยังกล่าวว่า ประเด็นเรื่องที่เป็นข่าว ยืนยันว่าไม่มีการมาเจรจาหรือมาเคลียร์ใดทั้งสิ้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับ กมธ.
ส่วนการตั้งข้อสังเกตกรณี ปปง.อายัดทรัพย์สินน้อยเกินไปหรือไม่นั้น นายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 วรรค 2 เพื่อใช้อำนาจในการอายัด เนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็น ซึ่งเมื่อมีการออกคำสั่งไปแล้ว จะต้องมีการรายงานกลับมาที่คณะกรรมการธุรกรรม ที่เป็นหัวใจสำคัญว่า จะมีการอายัดเพิ่มเติมหรือไม่
"นายเลิศศักดิ์" ย้ำว่า ไม่ต้องกังวล เพราะตอนนี้เส้นทางการเงินชัดแล้ว เปลี่ยนไม่ได้แล้ว เอาเงินไปไว้ตรงไหน ปปง.รู้หมด เพียงแต่ต้องให้ ปปง.ดำเนินการตามขั้นตอนไปก่อน ส่วนกรรมาธิการฯ มีหน้าที่ติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า จะมีการไปสังเกตการณ์การประชุมของ คณะ กมธ. สคบ.ด้วยหรือไม่ "นายเลิศศักดิ์" กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะต้องมีการสื่อสารกันระหว่างประธานคณะ กมธ. อีกครั้ง ซึ่งต้องดูว่าเมื่อผ่านการพิจารณาแล้วไม่จบ จะมีการตั้งคณะอนุ กมธ. มาทำต่อจากคณะ กมธ. ชุดนี้ โดยคณะ กมธ. ปปง. ก็มีการตั้งคณะอนุฯ ไปแล้ว 2 คณะ คือเรื่องบริษัทสตาร์คคอร์เปอเรชั่น ที่เสร็จและส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว ส่วนคณะที่สองเป็นเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อออกกฏหมายแก้ไข ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ สส.และพรรคการเมือง จะนำโครงร่างกฎหมายจากคณะอนุฯ ไปเสนอต่อไป เพื่อช่วยแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากเดิมที่มีเพียงพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สำหรับบุคคลที่จะเชิญมา จะรวมไปถึงกลุ่มของดาราด้วยหรือไม่ "นายเลิศศักดิ์" กล่าวว่า การตั้งคณะอนุฯ ข้อดีคือสามารถเชิญบุคคลภายนอกที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องที่จะพิจารณาเข้ามาเป็นคณะอนุฯ และจัดตั้งที่ปรึกษาได้อีก ซึ่งจะมีการดำเนินการเชิญบุคคลต่างๆ จนกระทั่งได้ข้อมูลข้อเท็จจริงครบทั้งหมด ยืนยันว่า มีการเชิญแน่นอน ทั้งคนที่เป็นอินฟูเอ็นเซอร์ และดารา
ส่วนจะมีการตรวจสอบร่วมกับคณะ กมธ.คณะอื่นด้วยหรือไม่ "นายเลิศศักดิ์" กล่าวว่า แล้วแต่ ถ้าคณะกมธ. นั้นๆ เห็นว่าสามารถทำงานได้ ก็ตั้งได้ ไม่เกี่ยวข้องกับคณะ กมธ. ปปง. แต่โดยเนื้อหาหลักเป็นหน้าที่ของกมธ. ปปง.ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อทำให้ครอบคลุม และไม่ให้เกิดการล่าช้า เราจึงวางแนวทางตามนี้ ส่วนคณะ กมธ.อื่นอาจจะเกี่ยวข้องกับบางเรื่อง
สำหรับการดำเนินการของสภาใหญ่ คาดว่าจะมีการพิจารณาเสนอเป็นญัตติด่วน แต่ก็ต้องแล้วแต่มติของสภา ว่าจะมอบให้คณะ กมธ. ชุดใด หรือจะตั้งคณะ กมธ.วิสามัญขึ้นมาดำเนินการ ซึ่งคงต้องติดตามกันอีกครั้ง