บก.ปปป.พบว่า นางสาว"ส." แนะนำ/ช่วยตรวจสอบการยื่นข้อมูลในการยื่นเอกสารการเสียภาษีของอดีตรองผบ.ตร. จนทำให้อดีตรองผบ.ตร.ได้รับ "เงินคืนภาษี"กว่าสามหมื่นบาท และจากการสนทนาในแชทไลน์ระหว่างสองคนนี้นั้น พนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า "ทั้งสองคนน่าจะรู้จักกันดี" เพราะ นายตำรวจคนสนิท มีการสอบถามว่านางสาว"ส."อยู่ชั้นใด และจะพบกันช่วงเวลาใด/ข้อมูลครบหรือไม่/ต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง/มีการแจ้งเพิ่มข้อมูล/อดีตรองผบ.ตร.ไม่ได้ใช้ระบบพร้อมเพย์ในการรับเงินคืนภาษี เป็นต้น
และกรณีการยื่นเสียภาษีพร้อมค่าปรับย้อนหลัง(ปี2558-2561)ของอดีตรองผบ.ตร.กว่าแปดล้านบาทนั้น (พ.ต.ท.คริษฐ์ไปชำระวันที่ 31มีนาคม 2564 ) พนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า "ผิดวิสัย"
เพราะกรณีนี้พบว่า"กรมสรรพากรยังไม่เรียกตรวจสอบและแจ้งค่าปรับการเสียภาษีย้อนหลัง แต่อดีตรองผบ.ตร.กลับนำไปชำระเพื่อนำหลักฐานนี้ไปยื่นต่อสำนักงานป.ป.ช. ให้สอดรับการตกแต่งหลักฐานกรณีซื้อปืนกว่าสองร้อยกระบอกโดยนำหลักฐานเท็จค่านายหน้าสิบกว่าล้านบาทตามที่อดีตรองผบ.ตร.อ้างว่าได้รับเป็นเงินสดจากคำแนะนำการขายพระเครื่องมากล่าวอ้าง" เพราะบก.ปปป.พบว่าหลังจากนั้นนายตำรวจคนสนิท ยังนำแอปเปิ้ลสองลังไปให้นางสาว"ส."เพื่อเป็นการขอบคุณ
บก.ปปป. ยังพบว่า นางสาว"ส."สอบถาม นายตำรวจคนสนิท ถึงการขอให้โยกย้ายส.ต.ต."ธ."จากบก.อคฝ.ไปหน่วยงานอื่น ซึ่งนางสาว"ส." อ้างว่าสตต."ธ."เป็นหลานชายเจ้านายนั้นว่า "เรียบร้อยหรือไม่"
โดยมีการส่งข้อมูลของสตต.คนนี้ให้นายตำรวจคนสนิท ไปดำเนินการ และจากการตรวจสอบเรื่องนี้นั้น พบว่า สตต.นายนี้ได้เลื่อนยศ ตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 38 / 2567 ลงวันที่ 29 มกราคม 2567
ตรงนี้ต้องติดตามว่าสำนักงานปปช.จะสอบสวนขยายผลบุคคลที่ปรากฏพฤติกรรมในสำนวนบก.ปปป.ว่าช่วยเหลือพลตำรวจเอกสุรเชชษฐ์นั้นว่าร่วมกระทำผิดหรือไม่และจะทราบผลเมื่อใด เนชั่นทีวีจะติดตามและรายงานให้สังคมทราบเป็นระยะ ติดตามได้ที่นี่ที่เดียว