นายเอกภาพ ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ปัจจุบันยังคงมีปริมาณน้ำสะสมจากทางตอนบน ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง ทำให้วันนี้ (10 ต.ค.) สถานี C2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,338 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 2.10 เมตร และสถานี C13 เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,179 ลูกบาศก์เมตร/วินาที มีแนวโน้มลดลง ระดับน้ำท้ายเขื่อนต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 1.29 เมตร
ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น นายเอกภาพ ระบุว่า ได้วางแผนปรับลดการระบายน้ำลงอย่างต่อเนื่อง จนเหลือในอัตรา 10 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ภายในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงไปสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ทางตอนล่างของลุ่มเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยจะเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำในช่วงปลายฤดูฝนเดือนสุดท้ายให้ได้มากที่สุดต่อไป
นายเอกภาพ ยังเปิดเผยด้วยว่า กรมชลประทาน จึงขอปรับลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 โดยทยอยปรับลดจากอัตรา 2,199 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เหลืออัตรา 2,150 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และคงอัตราต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่า ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนรับทราบถึงสถานการณ์น้ำ