วันเดียวกัน เพจพรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่ ข้อความ การประกาศใช้ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ลงในราชกิจจานุเบกษา พร้อมนำเสนอว่า ความพยายามผลักดัน กม.สมรสเท่าเทียม จนเป็นผลสำเร็จ
โดยระบุว่า พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมฉบับนี้เดินทางมาไกลกว่า 23 ปี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีแต่สังคมในขณะนั้นยังไม่มีความพร้อมจึงทำให้เรื่องนี้ระงับไป มาถึงเมื่อมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีการผลักดันอีกครั้งในชื่อ พ.ร.บ.ชีวิตคู่ ก็ยังไม่สำเร็จและเกิดรัฐประหาร การผลักดันร่างกฎหมายนี้จึงยุติลงไป จนกระทั่งมาในสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วได้มีการเสนอ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม แต่ไม่สามารถพิจารณาได้จนครบทั้ง 3 วาระจึงทำให้ตกไปอีกครั้ง
จากนั้น รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี หยิบยก พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม เข้าสภาฯ อีกครั้ง จนเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นด้วย 400 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียง งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนนเสียง 3 เสียง
จากนั้น 18 มิ.ย. 2567 ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม วาระที่ 2-3 ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 130 เสียง ไม่เห็นด้วย 4 เสียง และงดออกเสียง 18 เสียง
ด้วยความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกันอย่างสมบูรณ์