ส่วนอายุราชการของ นายไพโรจน์ ที่เหลือเหลือเพียง 6 วัน จะสามารถดำเนินการได้ทัน กำหนด 1 ตุลาคม 67 ตามเดิมหรือไม่นั้น ต้องรอหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาก่อน แล้วตั้งบุคคลแทนคนที่ลาออก ซึ่งยอมรับว่า อาจจะไม่ทัน 1 ตุลาคม นี้ แต่หากนายเมธีลาออกและหาคนใหม่มาแทนได้ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ ก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอาจจะช้าไปประมาณ 1-2 สัปดาห์
"แม้ตนจะเกษียณไปแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของประธานคณะกรรมการไตรภาคีคนใหม่ ที่จะดำเนินการต่อ ซึ่งตนเองได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว"
นายไพโรจน์ ยืนยันว่า การพิจารณาขึ้นค่าแรงนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นายจ้างและลูดจ้าง ต่างก็มีมุมมองและเหตุผล ส่วนรัฐบาลต้องมีหน้าที่นำมิติความเห็นของแต่ละฝ่ายมาพิจารณา เพื่อให้ได้มติว่า จะขึ้นค่าแรงได้เท่าไหร่