เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิดมุมมองนักวิชาการ หลัง ปชป.ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ชี้ คะแนนนิยมหายเยอะทั้งคู่

30 ส.ค. 2567 | katatep_lue

เปิดมุมมองนักวิชาการ หลัง ปชป.ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ชี้ คะแนนนิยมหายเยอะทั้งคู่

เปิดมุมมองนักวิชาการ หลังพรรคเพื่อไทย จับมือประชาธิปัตย์ ร่วมรัฐบาล ชี้ คะแนนนิยมหายเยอะทั้งคู่ เชื่อ เข้าเกม "ทักษิณ" หวังทำ ปชป.สูญพันธุ์ คนรอตัดสินเลือกตั้งครั้งหน้า

30 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าว "เนชั่นทีวี" พาไปดูมุมมองของนักวิชาการอิสระ อย่าง คุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ กับการมองภาพการเมืองอย่างไรหลังจากที่พรรคเพื่อไทย จับมือกับประชาธิปัตย์ในการร่วมรัฐบาล แล้วจะต้องมีราคาอะไรที่ทั้งสองพรรคต้องจ่ายบ้าง 

โดย อ.ศิโรตม์ บอกว่า แน่นอนว่าทั้งสองพรรคจะถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วง ว่าไม่มีอุดมการณ์อย่างที่เคยประกาศกับประชาชนไว้ เพราะความขัดแย้งของ "เพื่อไทย" กับ "ประชาธิปัตย์" ตั้งแต่ปี 2544 มาจนถึงปัจจุบัน รวม 23 ปี ที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างโจมตีอีกฝ่ายว่าไม่มีอุดมการณ์ และต่างฝ่ายต่างอวยตัวเองว่ามีอุดมการณ์มากกว่าคนอื่น ดังนั้นการที่ทั้งสองพรรคจับมือกัน เรื่องอุดมการณ์ไม่มีอะไร แต่เป็นเพียงแค่การแย่งอำนาจกันทางการเมืองโดยใช้คำว่าอุดมการณ์เป็นข้ออ้าง ซึ่งทำให้ความเชื่อเรื่องการมีอุดมการณ์หายไปหมดแล้ว

ซึ่งหลังจากนี้โหวตเตอร์ของทั้งสองพรรคจะลดลงไปเยอะ เพราะเวลาประชาชนเลือกทั้งสองพรรคนั้น ก็จะชูเรื่องอุดมการณ์เป็นเครื่องมือในการหาเสียง แม้เพื่อไทย จะอ้างมาว่าตัวเองชูเรื่องเศรษฐกิจ แต่ก็อ้างมาตลอดว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ดังนั้นเมื่อภาพการจับมือกับประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยโจมตีมาตลอดเกิดขึ้นแล้ว การบอกว่าตัวเองเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยก็จะอธิบายกับประชาชนยาก รวมถึงมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชาชนในปี 2553  ซึ่งเพื่อไทยก็โจมตีประชาธิปัตย์มาเป็นเวลานาน ก็จะทำให้คะแนนของเพื่อไทยหายไปเยอะ เพราะคนที่ต่อสู้ในปี 2553 ก็จะมองว่า "เพื่อไทยทรยศประชาชน"

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์เอง ก็มองว่า คะแนนคงจะหายไปเยอะ เพราะ กลุ่มที่เป็นป๊อปปูล่าโหวตในพรรคคือ กลุ่ม ของนายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ กลุ่มนี้เป็นคนที่ชูการเมืองแนวอุดมการณ์ แนวซื่อสัตย์สุจริตไม่ได้ใช้เงิน แต่คนที่ยึดอำนาจในพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ เป็นกลุ่มที่เน้นการเมืองแบบกระสุน แบบบ้านใหญ่ ความนิยมในคนวงกว้างจะหายไป  ดังนั้นเพื่อไทยคะแนนนิยมก็จะลดลงอย่างหนัก ส่วนประชาธิปัตย์ก็จะลดหนักกว่าจากที่ลดลงอยู่แล้ว

ส่วนจะมีพรรคไหนที่แทบจะสูญพันธุ์เลยหรือไม่นั้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า อ.ศิโรตม์ มองว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสสูญพันธุ์ระดับชาติสูงมาก คะแนนแบบบัญชีรายชื่อตอนนี้ต่ำมากมี 3 คน เลือกตั้งครั้งหน้าถ้าโชคดีอาจจะเหลือ 1 คน ซึ่งตนเองไม่แน่ใจว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคฯ จะมีศักยภาพ ทำให้คะแนนบัญชีรายชื่อมาถึง 1 คนได้หรือไม่ 

ดังนั้น "พรรคประชาธิปัตย์มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนแบบเขตภาคใต้ก็น่าหวาดเสียว เพราะคนใต้ไม่เอาเพื่อไทยเลยและไม่เอามาตลอด 2 ทศวรรษกว่าแล้ว และเพื่อไทยก็ไปหาเสียงภาคใต้ ดังนั้นก็จะทำให้ประชาธิปัตย์ระดับเขตเหนื่อยมากขึ้น และถ้าประชาธิปัตย์ระดับเขตจะอยู่รอด ก็จะต้องเน้นกระสุน เน้นบ้านใหญ่ เน้นอิทธิพลท้องถิ่นมากขึ้น ซึ่งก็ยิ่งทำให้คะแนนนิยมด้านกว้างของ ปชป.หายไปอีก" 

เพื่อไทย เชิญ ปชป.ร่วมรัฐบาล (แฟ้มภาพ)

อาจารย์ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ส่วนที่แกนนำทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ไม่อยากให้ใช้คำว่าตระบัดสัตย์ให้มองที่ผลงานนั้น จะฟังขึ้นหรือไม่ อ.ศิโรตม์ มองว่า "ไม่มีใครอยากให้ถูกมองว่าตระบัดสัตย์หรือโกหกอยู่แล้ว พรรคการเมืองหรือนักการเมืองก็ไม่อยากให้คนมอง แต่ประชาชนผมว่าเขาไม่เชื่อ เพราะคุณพูดอีกแบบหนึ่งมา 20 กว่าปี เมื่อวันนี้คุณจับมือกัน คุณไม่อยากให้มองก็เรื่องของคุณแต่คนไม่เชื่อ"

และตนเองไม่คิดว่าจะเห็นผลงานอะไรมากจากรัฐบาลนี้ ประชาธิปัตย์ก็ไม่ใช่พรรคที่โดดเด่นในการสร้างผลงาน และเข้ามาร่วมระฐบาลด้วยเสียงแค่ 25 เสียง ต่ำมากที่จะได้กระสุนที่จะสร้างผลงาน และไม่ได้มีอำนาจต่อรอง ดังนั้นของที่ดีที่สุดและกระสุนที่ดีที่สุดก็จะถูกเพื่อไทยยึดไป และเขาจะไม่ปล่อยให้ประชาธิปัตย์มีผลงานแน่นอน แต่ต้องการให้ประชาธิปัตย์ไม่เหลือที่ยืนและปิดกิจการไป 

ซึ่งแน่นอน ว่า จะเข้าเกม ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ เพราะทำให้พรรคเสื่อมความนิยม และเมื่อร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้ดูแลงานสำคัญ และภาพกว้างที่เป็นแบรนด์ของพรรค อย่างคุณชวน หลีกภัย ก็จะไม่ได้มีบทบาทของพรรคอีกต่อไป ประชาธิปัตย์ก็จะหมดศักยภาพที่จะสู้กับคุณทักษิณ ซึ่งทุกวันนี้ก็หมดอยู่แล้ว ตนเองคิดว่า "พูดได้ว่านี่เป็นการเข้าทางคุณทักษิณ เพราะกระบวนการนี้เกิดขึ้นในกระบวนการที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไทยสร้างไทยถูกทำลาย สส.โดนดูดทางอ้อมไป 6 คน และพลังประชารัฐก็คลัายๆกัน ซึ่งผมมองว่า ณ วันนี้คุณทักษิณทำเหมือนกับว่าอะไรก็ตามที่เป็นเสี้ยนหนาม และคุณทักษิณไม่พอใจก็จะต้องถูกกวาดล้างถูกกำจัด ถ้าพรรคยังอยู่ก็ให้เหลือแค่ในชื่อ แต่ตัวคนก็จะไม่มีอีกต่อไปและในระยะยาวก็จะไม่เหลือพรรคนี้"

ส่วนกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์บอกว่าเหตุผลที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลนั้น เพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดของคนรุ่นใหม่นั้น อ.ศิโรตม์ มองว่า ก็พูดได้เพราะเอาเขามาร่วมรัฐบาล และ นายเฉลิมชัย เป็นหัวหน้ามาสักพักแล้วก็ไม่เคยเห็น และนางสาวแพทองธารพูดถึง ปชป.แบบนี้เลย ดังนั้นก็ต้องยอมรับความจริงว่า เอาปชป.มา เพราะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แข็งข้อ และไม่พอใจพลเอกประวิตร จึงเอาปชป.มาเป็นอะไหล่แทน ส่วนความคิดมองว่าไม่ได้เปลี่ยน เพราะ นายเฉลิมชัยก็เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ประชาธิปัตย์ที่ปราบปรามประชาชนปี 53 และนายชัยชนะ เดชเดโช ก็เป็นประชาธิปัตย์ที่ร่วมชุมนุมกปปส.ปี 57 ซึ่งยืนหลังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่มีอะไรเปลี่ยน ที่เปลี่ยนคือเปลี่ยนไปจับมือกับเพื่อไทย

ดังนั้น ทางรอดเดียวของเพื่อไทย ก็ต้องทำผลงานให้ดี ทำเรื่องเศรษฐกิจให้ดีบนความเชื่อว่า ถ้าเศรษฐกิจดีคนจะกลับมาเลือกเพื่อไทย แต่ตนเองไม่ค่อยเห็นด้วยกับทฤษฎีนี้ เพราะถ้าคนได้ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแล้วกลับไปเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ตนเองพิสูจน์แล้วว่า "ล้มเหลว" อย่างสมัยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำนโยบายคนละครึ่ง แต่พอการเลือกตั้งคนไม่ได้ไปเลือกที่นโยบายพวกนี้ ดังนั้นมองว่า เพื่อไทยจึงมีตัวเลือกเดียว คือ ทำเศรษฐกิจให้ดี ทำนโยบายแจกเงินให้ดี แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะสร้างคะแนนนิยมได้ เพราะ ประชาธิปัตย์ก็เคยทำนโยบายแจกเงินก็ไม่ได้ทำให้ชนะการเลือกตั้ง

แต่มองว่า การทำงานของรัฐบาลที่เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์จับมือกันแล้ว ก็ควรจะราบรื่น เพราะแกนนำปชป.ไม่ได้เป็นผู้นำทางการเมือง และก่อนที่จะตัดสินใจร่วมรัฐบาลก็มีการขอให้หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเพื่อไทยตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน ดังนั้นเมื่อเป็นรัฐบาลด้วยกันก็คงไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนการจับตารัฐบาลหลังจากนี้ มองว่า ก็คงต้องจับตาดูบทบาทของคุณทักษิณในการครอบงำการเมืองไทย และนโยบายที่อาจจะมีผลประโยชน์แฝงเร้น ทั้งเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ และนโยบายการขายที่ดินซึ่งไม่ได้หาเสียงเอาไว้ ซึ่ง คุณทักษิณ คุณแพทองธาร และ คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มีภาพผลประโยชน์ทับซ้อน และมีการเร่งรีบทำ ทั้งที่ไม่ได้หาเสียงแต่กลับเร่งรีบกำหนดนโยบาย

ส่วนจะมีม็อบอีกหรือไม่ ส่วนตัวมองว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว เพราะบรรยากาศคนไม่ได้มองไปที่การชุมนุมเป็นทางออกเดียว แต่คนมองว่ารอไปจนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าน่าจะเป็นทางออกมากกว่า

ข่าวล่าสุด