นายสามารถ กล่าวต่อว่า การสมรู้ร่วมคิดทำให้เกิด การล้มล้างการปกครอง อย่าลืมว่า ถ้าล้มล้างการปกครอง ในคดีอาญานั้น เป็นข้อหากบฏ แล้วคนที่ให้คนทำผิดมาตรา 112 อยู่ในพรรค ถือเป็นผู้สนับสนุนหรือไม่ แล้ววันนี้จะมายื่นเอาผิด พล.อ.ประวิตร เพื่อกลบเกลื่อนเรื่องตัวเองหรือไม่ อยากจะมาเกาะกระแส พล.อ.ประวิตร แต่ลืมว่า พรรคตัวเองมีคนขาดจริยธรรมเกือบทั้งพรรค และล่าสุด ตนเห็นเขาโพสต์กันว่า หมอวาโย เดินชนคุณ ศิริกัญญา ในที่ประชุมสภา แบบนี้คุกคามหรือไม่ จะยื่นสอบจริยธรรมหมอวาโยด้วยหรือไม่ เพราะจากภาพข่าวน่าจะชนแรง และน่าจะรุนแรงกว่าเรื่องที่พลเอกประวิตรหยอกล้อกับนักข่าวแน่นอน
“ผมอยู่ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร มา 10 ปี ผมเห็นเวลาท่านสนิทกับใครท่านจะหยอกล้อ ซึ่งเรื่องนี้เองท่านก็ได้คุยกับนักข่าวคนนั้นแล้ว ซึ่งนักข่าวคนนั้นเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร กลายเป็นว่า บุคคลอื่นติดใจแทน ผมคิดว่าเรื่องนี้ถูกโยงเป็นเรื่องการเมือง เพราะตั้งใจทำลาย พล.อ.ประวิตร มากกว่า และจากภาพที่ออกมาก็ดูรู้ว่า ท่านกับนักข่าวมีความสนิทกันพอสมควร ดังนั้นการหยอกล้อกันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ยืนสัมภาษณ์อยู่ แล้วพล.อ.ประวิตร ไปทำร้ายร่างกายเขา และกับ สส.ท่านก็ทำ ไม่ใช่เฉพาะกับนักข่าว ไม่ใช่เรื่องที่เป็นการทำร้าย ข่มขู่คุกคาม“
นายสามารถ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ก่อนที่เราจะตรวจสอบคนอื่น เราต้องเป็นคนที่ดีให้ได้ก่อน ต้องตรวจสอบตัวเองก่อน แต่นี่ปรากฏว่า ตัวเองก็ยังไม่ได้ตรวจสอบ พรรคตัวเองก็ไม่ยอมตรวจสอบ แต่กลับจะมาตรวจสอบคนอื่น ผมคิดว่าไม่มีนักการเมืองประเทศไหนเขาทำกันแบบนี้