ส่วนข้อเสนอนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักร้องเรียนทางการเมือง ระบุ ป.ป.ช.ไม่ต้องไต่สวนใด ๆ อีกเพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กรนั้น เลขาธิการ ป.ป.ช.ระบุว่า จำเป็นจะต้องไต่สวน เพื่อให้ความเป็นธรรม เพราะเรื่องดังกล่าว จะไปจบสิ้นที่กระบวนการศาลฎีกา จึงต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ถ้าใช้เพียงคำวินิจฉัยฯ ล้วน ๆ อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา เพราะตามกระบวนการข้อเท็จจริงนั้น จะต้องถึงที่สุด และพยานหลักฐานต้องฟังให้ได้ ซึ่งขณะนี้ ก็ยังไม่มีการเปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง กระบวนการจึงยังไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย
เลขาธิการ ป.ป.ช.ยังชี้แจงลักษณะคดีการเข้าข่ายจริยธรรมร้ายแรงว่า หากพบการกระทำผิดทางอาญา เหมือนการทุจริตต่ออำนาจหน้าที่ ก็เข้าข่ายจริยธรรมร้ายแรง
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเป็นการเอาผิดทางการเมืองนั้น เลขาธิการ ป.ป.ช.ย้ำว่า การดำเนินการ อยู่บนข้อเท็จจริง และหลักฐาน และเชื่อว่า ประชาชน และสื่อมวชนจะตรวจสอบได้