ก่อนหน้านี้ "หมอเกศ" ยังได้เปิดเผยผ่านทีมข่าวเนชั่นทีวี ว่า สิ่งที่เธอได้รับภายหลังการได้รับเลือกเป็นสว.นั่นคือ "ตกใจสองอย่าง" กล่าวคือ "ตกใจ" ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้รับคะแนนสูงสุดขนาดนี้ ตกใจอีกประการ ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ ในความหมายของเธอ คือ การที่กระแสโซเชียลโหมถล่มเธอ
“เคยมีคนเตือนแล้วว่า จะทำหน้าที่สว.ได้หรือไม่ ซึ่งหมอก็บอกแล้วว่า หมอมีทำธุรกิจก็โอเคอยู่แล้ว แต่ถึงวันหนึ่ง เราก็อยากตอบแทนสังคม เราอยากเข้ามามีบทบาท เป็นส่วนเล็กๆ ที่จะช่วยสังคม ประเทศชาติ ให้ดีขึ้น แต่ไม่คิดว่าความตั้งใจของหมอ ต้องมาเจออะไรแบบนี้"
อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีปัญหาวุฒิการศึกษาของ "แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย" (หมอเกศ) สว.กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขณะนี้พบว่า มีการรับ 2 คำร้องที่ขอให้ตรวจสอบว่าการที่ "แพทย์หญิงเกศกมล" ระบุประวัติการศึกษาว่าเป็นศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกจาก California University ในใบเอกสารแนะนำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.3)
เข้าข่ายเป็นการกระทำหลอกลวง จูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณเพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนตามมาตรา 77 (4) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยกันได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา 2561หรือไม่
ทั้งนี้ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ปี 2561 มาตรา77 กำหนดไว้ว่า ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (4) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้บุคคลอื่น เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครใด เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือก เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือถอนการสมัคร หรือกระทำการใด ๆ อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้นั้นหมดสิทธิ ที่จะเลือกหรือได้รับเลือก หรือเพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี