ที่เราเห็นคือ การเลือกไม่ลงคะแนนให้ตัวเองถือเป็นความผิดปกติ และการเลือกลงในกลุ่มอาชีพ ที่อาจจะผิดมาตั้งแต่แรก โดยใช้เจ้าหน้าที่ กลไกของกระทรวงมหาดไทย มีการอบรม ซึ่งมีทั้งคนที่เข้าใจ และไม่เข้าใจ บางจังหวัดมีคนเยอะ บางอำเภอใช้การอะลุ้มอล่วย ใช้วิจารณญาณที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ หรือมีความผูกพันกันส่วนตัวหรือไม่ ดังนั้น การลงไม่ตรงกลุ่มอาชีพมีปัญหาแน่ๆ การบอกว่า เป็นเจตนาของผู้สมัคร ซึ่งอาจจะทำหลายอาชีพ แล้วแบบนี้จะกำหนดไว้ทำไม 20 กลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มคลุมเครือก็ต้องตีความ แต่บางกลุ่มขัดแย้ง ดูแล้วพิกลพิการ ตนไม่ได้ด้อยค่าอาชีพ แต่บางคนอาจจะถูกหลอกจากคนจัดตั้งเพื่อกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ เพื่อให้ตรงตามเป้าหมาย 20 กลุ่มให้ได้มากที่สุด
"เรื่องนี้หลายคนเห็นความผิดปกติ หากปล่อยว่าที่ สว. 200 คน เข้าไปทำหน้าที่ ผมเกรงว่า บางคนจะไม่มีความเหมาะสมในการทำหน้าที่สว. เนื่องจากอาจจะถูกครอบงำจากบางกลุ่ม บางก้อน เลยมายื่นเรื่องให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง ไต่สวนฉุกเฉินในการที่กกต.จะประกาศรับรองผล ซึ่งคาดว่าจะเป็นวันที่ 3 ก.ค.นี้ตามที่กกต.ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ยังมีเวลา ไม่ต้องรีบ เพราะการปล่อยผ่าน สว.บางคนเข้าไป มองว่า การไปพิจารณารับรองบุคคลไปทำหน้าที่ในองค์กรอิสระก็ดี การไปพิจารณากฎหมายสำคัญที่มีผลกระทบกับประชาชนทั้งประเทศนั้น ผมไม่สามารถปล่อยผ่านได้จริง ๆ ดังนั้นอยากให้กกต.มีเวลาและตรวจสอบอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน ยืนยันไม่ได้ต้องการให้การเลือกเป็นโมฆะ" นายจาตุรันต์ กล่าว