นาทีนี้พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญศึกแซนด์วิช
ด้านหนึ่ง การเมืองระดับชาติ โดน “ด้อมส้ม” กวาดเกือบยกจังหวัด 7 เขตปทุมธานี ได้มาแค่ 1 คือเขตนี้ เขต นายมนัสนันท์ ทั้งๆ ที่การเลือกตั้งปี 54 เพื่อไทยเคยกวาดยกจังหวัด ปี 62 ยังได้มาครึ่งจังหวัด แต่เลือกตั้งปี 66 เหลือแค่เก้าอี้เดียว
อีกด้านหนึ่ง การเมืองท้องถิ่น โดน “บิ๊กแจ๊ส” พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ. หักดิบ เคยอยู่ฝ่ายเดียวกัน แต่ระยะหลังเอาใจออกห่าง
-ตัว “บิ๊กแจ๊ส” เอง ได้รับการสนับสนุนจากภูมิใจไทย
-ลูกบิ๊กแจ๊ส ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล เตรียมลง นายก อบจ. ต่อจากพ่อ
แต่สุดท้ายเคลียร์กันไม่ลงตัว “บิ๊กแจ๊ส” จึงตัดสินใจหักดิบ ชิงลาออก รับแผนภูมิใจไทยลุยเลือกตั้งซ่อม ไม่ยอมเลือกตามวาระ เพื่อหนีกระแส “ส้ม” และตัวเองเล่นต่ออีกสมัย ภายใต้การอำนวยการของภูมิใจไทย ภายใต้แผน “ยึด 3 อบจ.ลุ่มเจ้าพระยา” (ปทุมฯ นครสวรรค์ อ่างทอง) ซึ่งเป็น 3 อบจ.ที่นายก อบจ.ลาออกในเวลาไล่เลี่ยกัน
งานนี้เพื่อไทยจึงต้องกู้ศรัทธาคืน โดยฝากความหวังเอาไว้กับ “ลุงชาญ” ชาญ พวงเพ็ชร ผู้สมัครนายก อบจ.หมายเลข 1 ทำให้ “นายใหญ่” ต้องลงพื้นที่เอง เพื่อสร้างความคึกคักและความมั่นใจ พร้อมขอสัญญาลูกผู้ชาย ให้นายกเทศมนตรีในสังกัดทุกคน “หนุนลุงชาญ”
“โดยเฉพาะ “นายกเบี้ยว” ซึ่งเคยสนับสนุน “บิ๊กแจ๊ส” มาก่อน แต่ครั้งนี้ต้องไม่มีแตกแถว เพราะเป็นศึกศักดิ์ศรี
เพราะ “บิ๊กแจ๊ส” ซึ่งเคยเป็นคนสนิทของอดีตนายกฯ ทักษิณ ถึงขั้นว่า ตอนได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น. มีการทำป้ายติดในห้องทำงาน เขียนข้อความว่า “มีวันนี้เพราะพี่ให้” ซึ่งหมายถึง “พี่ทักษิณ”
แต่การเมืองท้องถิ่นและระดับชาติที่ปทุมธานี ทำให้ทั้งคู่ “ทางใครทางมัน” บาดหมางกันถึงขนาดที่ อดีตนายกฯ ทักษิณ ตอบคำถามคนใกล้ชิดเวลามีคนพูดถึง “บิ๊กแจ๊ส” ว่า “เขาเป็นใคร ผมไม่รู้จัก”
การลงพื้นที่ของอดีตนายกฯ ทักษิณ จึงเป็นการเปิดศึกการเมืองปทุมธานีอย่างเป็นทางการ โดยประเดิมที่ นายก อบจ. “ล้มบิ๊กแจ๊ส” ต่อด้วยเทศบาล และปิดท้ายการเมืองระดับชาติ สู้กระแสส้ม-ก้าวไกลในปี 2570