ทางด้าน พระพยอม กล่าวกับนายทักษิณว่า อาตมาอยากให้ทางรัฐบาลดูแลใส่ใจ แก้ไขปัญาปากท้องความเป็นอยู่ของชาวบ้าน น้ำก็แล้ง เศรษฐกิจก็ไม่ดี เพาะปลูกก็ลำบากเพราะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำ ซึ่งอาตมายังเป็นห่วงว่า สภาพอากาศจะเกิดความเปลี่ยนครั้งใหญ่อีก จากปรากฏการณ์เอลนีโญมาเป็นลานีญา หากไม่มีการเตรียมการรับมือภัยแล้งให้เป็นระบบ เสียดายระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี
พระพยอม กล่าวอีกว่า ในเรื่องพระพุทธศาสนาก็น่าเป็นห่วง เพราะปัจจุบันผู้คนหันไปสนใจสายมู มากกว่าที่จะสนใจในแก่นแท้ของพระพุทธศาสนา หลงลืมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปหมด จึงทำให้เกิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตรงนั้นตรงนี้ขึ้นเต็มไปหมด ตรงไหนว่าดี ตรงไหนว่าดังก็แห่กันไปมู ถูกชักจูงได้ง่าย ไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้คนมีสติปัญญา เป็นเรื่องที่น่าห่วงเช่นกัน
หลังการสนทนาระหว่างนายทักษิณกับพระพยอม ประมาณครึ่งชั่วโมง นายทักษิณได้ถวายปัจจัยจำนวนหนึ่งให้กับพระพยอม โดยพระพยอมได้ให้นายทักษิณกรวดน้ำและรับศีลรับพร ก่อนพระพยอมจะให้ส้มโอ ทุเรียน มะม่วงน้ำปลา หวาน หมี่กรอบพร้อมกระดาษยันต์กับนายทักษิณ ก่อนนายทักษิณจะขอตัวลากลับเพื่อเดินกลับไปพาหลานไปดูดิสนีย์โชว์
ระหว่างที่นายทักษิณเดินทางกลับ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินมารอถ่ายรูปด้วย และชมว่า นายทักษิณตัวจริงยังไม่แก่เลย บางรายแอบถ่ายป้ายทะเบียนรถ ที่นายทักษิณใช้เป็นพาหนะ เดินทางมายังวัดสวนแก้วอีกด้วย