อนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2566 ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 234/2566 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน และการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งมีทั้งหมด 9 คน โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน และมีนายพิชัย มีชื่อเป็นลำดับที่ 3 ทำหน้าที่ที่ปรึกษา
สำหรับประวัตินายพิชัย
เกิดเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2492 ปัจจุบันอายุ 75 ปี
สำเร็จการศึกษา
- ปริญญาโท Business Administration, Indiana University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา
- ปริญญาตรี การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ บริหารการเงิน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปริญญาบัตร ปรอ.) รุ่นที่ 13 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- ประกาศนียบัตรหลักสูตร Director Accreditation Program (DAP 49/2006) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
- ประกาศนียบัตรหลักสูตร Director Certification Program (DCP 143/2009) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยประกาศนียบัตร หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงรุ่นที่ 5 (วตท. 5) สถาบันวิทยาการตลาดทุน
ประวัติการทำงาน
- ประธานกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย
- กรรมการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท ไทยออยล์ เอทานอล จำกัด
- กรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ บริษัท ไทยออยล์ เพาเวอร์ จำกัด
- กรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
- กรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ นายพิชัย ยังได้เป็น 1 ใน 7 พยานปากเอกคดีจำนำข้าว เมื่อช่วงเดือน เม.ย. 2557 ที่ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" รักษาการนายกฯ และรมว.กลาโหม ได้ยื่นเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เรียกตัวมาให้ปากคำคดีปล่อยปละเลยละการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว
เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุในหนังสือยื่นคำร้องถึงเหตุผลการเสนอชื่อ นายพิชัย มาเป็นพยานครั้งนั้นว่า เป็นพยานผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ คุณวุฒิ เป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านบัญชีและเป็นพยานบุคคลภายนอก มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า แต่ได้เสียสละยอมมาให้ปากคำ เพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมในการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.
ที่มา:
กรุงเทพธุรกิจ
ฐานเศรษฐกิจ