การปฏิรูปตำรวจที่ถูกแช่ช่องฟรีซ
หากยังจำกันได้ "การปฏิรูปตำรวจ" มีความพยายามเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจดำเนินการในเรื่องนี้ มาตั้งแต่ช่วงสมัยการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ก่อนจะเกิดการรัฐประหารในสมัย คสช.
ซึ่งนับเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องที่ส่งถึงรัฐบาลชุดต่อมา หากเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อดำเนินการพัฒนาระบบตำรวจให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง และเพื่อปกป้องกระบวนการยุติธรรมไม่ให้เกิดความบิดเบี้ยว แทนที่จะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
แต่ปัญหาระหว่าง "บิ๊กต่อ" พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แม้ทั้งคู่จะจบลงด้วยการแถลงข่าวสยบรอยร้าว และถูกโยกไปช่วยราชการ
แต่คำถามตามมา คือ ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ที่ถูกกัดกร่อนจากนี้จะฟื้นกลับมาอย่างไร
เมื่อมองถึงความพยายามในการปฏิรูปองค์กรตำรวจ ซึ่งจะเห็นได้จากตั้งแต่การรัฐประหาร คสช. ระหว่างปี 2557 2560 ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วถึง 5 ชุด ประกอบด้วย
- คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
- คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)
- คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ)
- คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม
- คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ
โดยทุกชุดที่ถูกตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบแบบแผนพร้อมออกกฎหมายเพื่อให้การปฏิรูปตำรวจเป็นไปตามคำเรียกร้อง
ทว่า สุดท้ายจนแล้วจนรอดทุกก้าวที่ออกเดินกลับมาสู่จุดเริ่มต้นทุกครั้ง ทำให้การปฏิรูปตำรวจกลายเป็นเรื่องที่ถูกฟรีซเอาไว้