ใครหนุนหลัง
ส่วนที่กลุ่มทะลุวังระบุว่าไม่มีคนหนุนหลังนั้น ตนคิดว่าในโลกปัจจุบันนี้เป็นยุคโซเชียล พี่น้องประชาชนรับรู้ได้และตัดสินใจได้ ว่าใครอยู่ในกระบวนการดังกล่าว ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตาม ก็ติดตามได้ตั้งแต่กระบวนการประกันตัว การอภิปรายในสภา การสัมภาษณ์สื่อรวมถึงการไปมาหาสู่กัน ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนมีดุลพินิจ ดูว่ากระบวนการดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วทำให้ผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้มีการกระทำผิดซ้ำซาก และมีหลายครั้ง ทั้งมาตรา 112 ก็ดีมาตรา 116 ก็ดี หรือกฎหมายฉบับอื่น ตนคิดว่าประชาชนใช้ดุลยพินิจได้
ยินดีคุย สว.เพิ่มโทษ
เมื่อถามว่าวุฒิสภาก็มีแนวคิดจะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายถวายอารักษาป่วยเพิ่มโทษเข้าไปในกฎหมายฉบับนี้ด้วย ทางฝั่ง สส.จะมีการเสนอด้วยหรือไม่ นายอัครเดช กล่าวว่าจะต่องรอฟังการอภิปรายในวันนี้ก่อนมีการรวบรวมความเสนอและเสนอเข้าที่ประชุมวิปรัฐบาล หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย ก็อาจจะมีการพูดคุยและประสานการทำงาน มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับ สว.เพื่อแก้ไขกฎหมายดังกล่าว
"เอกนัฏ" ขอเร่งให้บังคับใช้กฎหมาย หวั่นกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เตรียมเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาทบทวนมาตรการการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องปรามพฤติกรรมขัดขวางขบวนเสด็จอันอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือเสื่อมเสียพระเกียรติยศ โดยจะเป็นการประชุมแบบเปิดเผย เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับขบวนเสด็จฯ หากไม่รีบแก้ไข อาจเกิดเหตุบานปลาย นำไปสู่ความไม่สงบกระทบต่อความมั่นคงได้ ซึ่งญัตติวันนี้ (14 ก.พ.) จะไม่ได้พูดถึงพฤติกรรมว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเนื่องจากสังคมได้ตัดสินไปแล้ว แค่ต้องการให้เร่งบังคับใช้กฎหมาย
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า การเสนอญัตตินี้ ไม่ได้ต้องการซ้ำเติมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เกิดความแตกแยก แต่ต้องการเสนอแนวทางปฏิบัติไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งบังคับใช้กฎหมาย โดยอาจต้องทบทวน ระเบียบ มาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก แม้จะมีกฎหมายอยู่แล้ว แต่ระเบียบกับแบบแผนการปฏิบัติ ยังไม่ทันต่อสถานการณ์ รวมถึงต้องมีการฝึกซ้อม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบแนวทางปฏิบัติ และไม่อยากจะจินตนาการว่า หากปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย แล้วเกิดเหตุในลักษณะนี้ ในต่างประเทศเคยเกิดหตุการณ์ขบวนรถของเจ้าหญิงไดอาน่า ที่ประเทศอังกฤษ ที่เกิดจากความละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทำให้จบด้วยโศกนาฏกรรม จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก และเกรงจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่นำไปสู่ความแตกแยก
ปัดตอบปมฝากขัง "ตะวัน"
ส่วนกรณีที่วันนี้ (14 ก.พ.) จะมีการฝากขัง นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ผู้ต้องหาในคดีก่อกวนขบวนเสด็จนั้น นายเอกนัฏ ไม่ขอให้ความเห็นเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม
"ชัยธวัช" ย้ำนิรโทษกรรมคือทางออก
ด้าน "นายชัยธวัช ตุลาธน" สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายในญัตติด่วนที่เสนอโดยนายเอกนัฏ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องการขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย ทบทวนระเบียบ แผนและมาตรการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จให้เหมาะสม ทันสมัย มีการฝึกซ้อม และประชาสัมพันธ์สื่อสารกับประชาชนเพื่อเป็นการถวายความปลอดภัยให้สมพระเกียรติ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ โดยย้ำว่า การอารักขาบุคคลสำคัญ เป็นเรื่องสำคัญ และเห็นตรงกันว่าขบวนเสด็จพระราชดำเนินนั้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเหมาะสมแล้ว ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนเกินสมควร และเห็นตรงกันว่าไม่อยากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ แต่การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ให้บานปลายนั้น เห็นว่าไม่สามารถพิจารณาได้เพียงกฎหมาย ระเบียบ และแผนในการถวายความปลอดภัยได้เท่านั้น เพราะยกตัวอย่างเหตุการณ์ ที่กระทบต่อการถวายความปลอดภัยอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2520 ที่เกิดเหตุทำร้ายในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชวงศ์ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไป จ.ยะลา ที่เกิดความปั่นป่วน และเกิดการลอบวางระเบิดใกล้ที่ประทับ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนได้ว่า กฎหมายไม่สามารถพิจารณาจัดการได้ทั้งหมด เพราะไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองในชายแดนใต้ และตลอดมาปัญหาลักษณะดังกล่าวที่เกิดขึ้น ก็ล้วนมาจากทางการเมืองทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดกับขบวนเสร็จพระราชดำเนิน ที่ไม่ใช่การก่ออาชญากรรม เพื่อมุ่งร้ายต่อพระราชวงศ์ แต่เกิดขึ้นจากปัญหาทางการเมืองและปัญหาทางความคิด
"เพราะเมื่อมีประชาชนคนหนึ่งอยากพูด แต่ไม่มีใครอยากฟัง และปิดปากคนดังกล่าว คนดังกล่าวนั้น จึงตัดสินใจตะโกน และถือเป็นบทเรียนที่รัฐบาลควรพิจารณาหลังจากนี้ และผู้ที่กำลังตะโกนอยู่ ก็ควรจะไตร่ตรองว่า วิธีการใดจะทำให้ผู้ฟัง เปิดใจฟังมากขึ้น เพราะการตะโกน แล้วไม่มีใครฟัง ก็เป็นสิ่งไม่น่าปรารถนาเช่นเดียวกัน และไม่ควรผลักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปให้สุดขั้วมากกว่านี้ และไม่ควรใช้น้ำมันดับไฟ" นายชัยธวัช ระบุ
ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังเสนอให้รัฐบาลสร้างกุศโลบายทางการเมือง และหยุดการกล่าวหาอีกฝ่ายว่า หนักแผ่นดิน หรือ นิ้วไหนร้ายก็ตัดนิ้วนั้น หรือไล่ให้ไปอยู่ประเทศอื่น หรือนำความจงรักภักดีมาแบ่งแยกประชาชน เพราะสุดท้าย ต่อให้ใช้กำลัง หรือการใช้อาวุธก็ไม่ใช่ทางออก ดังนั้น จึงควรจบปัญหาที่เกิดขึ้นทางการเมืองนี้ ด้วยการนิรโทษกรรม และหวังว่า รัฐบาล และ สส.จะมีสติ และระงับความโกรธ เช่นเดียวกับที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดเผยว่า ตนเองรู้สึกโกรธ แต่สามารถจัดการอารมณ์กับตนเอง ไม่ให้บานปลายจนเกิดการปะทะขัดแย้ง