นอกจากนี้ การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสามยังเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฐานกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง และฐานไม่ปฏิบัติหน้ำาที่ราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม
พิพากษาว่า ผู้คัดค้านทั้งสามฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 6,7,8 ประกอบข้อ 27 วรรคหนึ่ง และข้อ 17,21 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง ให้ผู้คัดค้าน 1,2 พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ 3 ก.ย.2564อันเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งในคดีนี้ ให้ผู้คัดค้านที่ 1,2 หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามตลอดไปและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ กับให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านทั้งสามมีกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ตาม รธน.มาตรา 235วรรคสามและวรรคสี่ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 ประกอบมาตรา 81 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
อย่างไรก็ตามในส่วนคดีอาญา เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2566 ศาลฎีกานักการเมืองพิพากษาจำคุก อดีต ส.ส.ภูมิใจไทย 3 ราย จำคุกคนละ 9 เดือน ไม่รอลงอาญา พ้นจากตำแหน่งและตัดสิทธิทางการเมือง กรณีเดียวกันนี้ ซึ่งคดีอยู่ระหว่างชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์
"อนุทิน"ชี้"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"หลังศาลฟันเด็กพรรค
ขณะที่ "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากกรณีที่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา ตัดสิทธิ์ทางการเมือง สส.ทั้ง 3 คนรวมถึงเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และไม่มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งกำหนด 10 ปี ว่า “กัมมุนา วัตตติ โลโก กุ๊กกุ๊ก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรไว้ สุดท้ายก็มาจบที่ศาลฎีกา หากศาลฎีกาว่าอย่างไร ก็ว่าอย่างนั้น"
ส่วนจะกระทบกับฐานเสียงในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตอนพวกเข้ามามี สส. 8 คน แต่พอมีเรื่องเข้ามามี สส. 12 คน ก็โอเค ถือว่ากระทบในทางที่ดีขึ้น