เมื่อถามว่า แสดงว่า การอภิปรายครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ นายวันชัย กล่าวว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้นเพราะยังมีเวลา และเท่าที่ดูคณะทำงานเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร ยังมีเวลาถึงเดือน มี.ค. ยังทันที่จะเดินงานประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง และไม่รู้ว่าหนึ่งเดือนครึ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ รัฐบาลจะมีสถานการณ์เป็นอย่างไร ถ้าสถานการณ์ของรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ บกพร่อง อย่างจริงจัง ก็อาจจะทำให้คนร่วมลงชื่อมากขึ้นก็ได้ แต่ในสถานการณ์ที่ยังทรงๆอยู่ขณะนี้ มองดูแล้วยังไม่ค่อยง่ายนัก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ถึงการเตรียมเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญ เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 153 โดยมี นายเสรี สุวรรณภานนท์ และนายจเด็จ อินสว่าง เป็นแกนนำ
ล่าสุด มีการเปิดเผยถึงรายละเอียดของญัตติดังกล่าวว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อ 11 ก.ย. 66 และบริหารราชการแผ่นดิน 4 เดือน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสำคัญตามนโยบายที่แถลง รวมถึงปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแถลงนโยบาย ดังนี้
1. ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องประชาชน อาทิ การสร้างงานสร้างอาชีพและรายได้ ที่ยั่งยืนให้ประชาชน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจนที่ตั้งคำถามถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม , สภาพปัญหาการทำนโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ชอบด้วยกฎหมายไม่สร้างภาระหนี้ให้ประชาชน , การแก้หนี้นอกระบบ ที่ไม่ได้มุ่งแก้ปัญหาต้นตอในระดับครัวเรือน , การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมประมง , การสร้างรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติ
2. ปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย อาทิ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามคำพิพากษาที่สะท้อนกระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐาน , การทุจริตคอร์รัปชั่นยาเสพติด , การลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ , การเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรที่เอื้อประโยชน์ให้นายทุน จะรับมืออย่างไร
3. ปัญหาด้านพลังงาน อาทิ การจัดการราคา ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้มและน้ำมัน ปัญหกลุ่มทุนพลังงานที่มีอิทธิพลต่อการเมืองส่งผลให้ประชาชนแบกรับภาระต้นทุนราคาเชื้อเพลิง ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน
4. ปัญหาการศึกษาและสังคมม อาทิ กาปฏิรูปการศึกษา ผ่านร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ , การแก้ปัญหาหนี้สินครู การจัดหลักสูตรการศึกษาให้ประชาชนเข้าใจในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ปัญหาการดูแลผู้สูงวัย ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส
5. ปัญหาการต่างประเทศและท่องเที่ยว อาทิ ปัญหาจีนเทาที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ , การไม่เลือกข้างความขัดแย้งของรัรฐบาลา , มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
6. ปัญหาแก้รัฐธรรมนูญ ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวที่ต้องอธิบายการดำเนินการ โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ประชาชนและพัฒนาประเทศ
และ 7. ปัญหาการปฏิรูปประเทศ แนวทางของรัฐบาลต่อการดำเนินการตามแผน
ปัญหาข้างต้นเป็นปัญหาสำคัญ เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่เร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาโดยทันที เพราะส่งผลต่อการขับเคลื่อน ยกระดับกาารพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงบรรลุเป้าหมายให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้เพิ่ม ซึ่งเป็นรายละเอียดของญัตติที่เตรียมเสนอได้ระบุไว้
สำหรับการลงชื่อของ สว.เพื่อเสนอญัตติดังกล่าวต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ตามมาตรา 153 ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้เสียงสนับสนุน 1 ใน 3 ของ สว.ที่มีอยู่ หรือ 84 คนนั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (9 ม.ค.) มียอดผู้ลงชื่อแล้ว 55 คน โดยส่วนใหญ่เป็น สว.สายพลเรือนและสายทหาร
ด้าน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แบกความหวังของพี่น้องประชาชน 68 ล้านคน อย่างไรก็มีความหนักใจทุกเรื่อง แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ หากฝ่ายนิติบัญญัติ มีคำถามให้ไปชี้แจง ยืนยันรัฐบาลมีความพร้อม หาก สว. จะเปิดอภิปรายทั่วไป
ขณะที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ที่สมาชิกวุฒิสภา สามารถสอบถาม และตั้งข้อสังเกตการทำงานของรัฐบาลได้ และคิดว่า เป็นสิ่งที่ดีสามารถเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงข้อสงสัย และเชื่อว่า หลายคำถามที่ สว.จะอภิปราย จะเป็นคำถามที่ประชาชนบางส่วน อาจมีข้อกังขาเช่นกัน ซึ่งจะได้เป็นโอกาสให้กับรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้มีโอกาสได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ให้คลายข้อสงสัย
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชุดที่ผ่านมาไม่เคยถูก สว. ยื่นอภิปรายเลยนั้น นายวราวุธ ชี้แจงว่า ไม่สามารถตอบแทนได้ แต่ สว. เห็นการทำงานของรัฐบาลแล้ว อาจมีคำถาม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องพิเศษ และในทางตรงกันข้าม จะเป็นโอกาสที่ดีให้กับรัฐบาล ในการชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ