เนชั่นทีวี

การเมือง

"เศรษฐา"เยือนเมืองน่านตั้งเป้าเป็นจังหวัดต้นแบบแก้หนี้นอกระบบ

23 ธ.ค. 2566 | chairat_pat

"เศรษฐา"เยือนเมืองน่านตั้งเป้าเป็นจังหวัดต้นแบบแก้หนี้นอกระบบ

"เศรษฐา" เยือนจ.น่าน พร้อมนั่งหัวโต๊ะเคลียร์หนี้นอกระบบ กำชับจังหวัดเร่งดำเนินการหลังมีผู้ลงทะเบียน 500 คน แต่เข้าระบบจริง 100 ราย ขอประชาชนมั่นใจรบ.พร้อมช่วยเต็มที่ ด้าน "ปลัดมหาดไทย" เผยยอดลงทะเบียนทั้งประเทศ 22 วัน รวม 106,863 ราย จ.นครสวรรค์ ไกล่เกลี่ยได้มากสุด

23 ธันวาคม 2566 "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.น่าน ก่อนเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการเจรจาแก้หนี้นอกระบบในพื้นที่จ.น่าน

โดยมี "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 

โดยนายกฯ กล่าวก่อนเปิดประชุมตอนหนึ่งว่า การมา จ.น่าน เป็นจังหวัดแรก เพราะเป็นจังหวัดที่วางไว้ว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั้งหมด ซึ่งวันนี้ (23ธ.ค.) ได้ประกาศไปว่าเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติของรัฐบาลนี้ แต่วันนี้เชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดี และรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะถ้าปัญหานี้ไม่ถูกแก้ไข ตนว่าเรื่องนี้เป็นสารตั้งต้นของปัญหาต่างๆ ในสังคมไทย ทั้งเศรษฐกิจ ความไม่ปลอดภัยของประชาชนทุกคน

ทั้งนี้ จ.น่าน เป็นจังหวัดที่เล็กพอจะดูแลได้ และมีหน่วยงานครบทุกหน่วยงานที่คิดว่ามาร่วมกันพัฒนา และทำงานตรงนี้ได้ ซึ่งหนี้นอกระบบเป็นปัญหาทุกข์ใจของประชาชน และเป็นปัญหาที่ไม่ใช่ความผิดที่เกิดมาจากการพนัน หรือการไปซื้อยาเสพติด แต่เป็นปัญหาเศรษฐกิจที่รู้กันดีว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเกิดจากการที่ถูกเรียกหนี้ไม่เป็นธรรม ถูกชาร์จดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมและไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานรัฐที่ควรจะต้องดูแล

อย่างไรก็ตาม จ.น่าน มีคนมาแจ้งแล้ว 500 กว่าราย และมีมูลหนี้ประมาณ 33 ล้านบาท ซึ่งตนอยากให้หน่วยงานความมั่นคง สามารถนั่งหัวโต๊ะและเรียกเจ้าหนี้และลูกหนี้ มาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายโดยเอากฎหมายเป็นที่ตั้ง หากสามารถทำกันได้ และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ตนคิดว่าสิ่งดีๆจะเกิดขึ้นในชีวิตของประชาชนทุกคน

 

"พวกเรานั่งอยู่ตรงนี้ เราคือผู้รับใช้ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลนี้ กำหนดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งเรามาที่จ.น่าน ก็เป็นแพลตฟอร์มที่ให้เดินต่อไป และขอให้กระทรวงมหาดไทยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่ดูในเรื่องพื้นที่ ให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะเชื่อว่าปัญหายาเสพติด ปัญหาพนันออนไลน์ ปล้นจี้ตรงนี้ ก็จะได้รับการแก้ไขเชื่อมโยงไปด้วย ขอฝากความหวังกับพวกท่านทุกคนอยากให้คืนรอยยิ้มให้กับประชาชนคนไทยทุกคน" นายกฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้ท้วงติงว่า ตัวเลขจำนวนลูกหนี้ที่มีแจ้งมากว่า 500 กว่าราย ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่มีการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมีผู้มาแจ้ง 500 กว่าคน แต่การนำเข้ามาสู่ระบบถือว่าน้อยมากมีเพียง 100 กว่ารายเท่านั้น ฉะนั้นเสนอให้ใช้กลไกกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ไปดูและติดตาม ฉะนั้นขอฝากอธิบดีกรมการปกครองด้วย ถ้าเขาคุณสมบัติไม่ครบตัดออกไป ปัญหาก็จะไม่ได้รับการแก้ไข  

ทั้งนี้ ตนไม่ได้ดูตัวเลข 500 กว่ารายที่แจ้งมา แต่ตนดูตัวเลข 100 กว่ารายที่เข้าสู่ระบบการเจรจา และหากเป็นไปได้อาจจะจัดตลาดนัดแก้หนี้ ที่ศาลากลางจังหวัด จัดเป็นอีเวนท์ทุกวันที่ 15 หรือวันเสาร์และอาทิตย์ เป็นต้น เพื่อให้ฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้มาพูดคุยกัน รวมถึงธนาคาร ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี

นอกจากนี้ เสนอว่าหากนำลูกหนี้และเจ้าหนี้เข้าสู่การเจรจาได้ 300 - 400 ราย จะถือเป็นตัวเลขที่เรียกความมั่นใจได้ดีกว่า ซึ่งมันประหลาดหากเขาเดือดร้อนแต่ข้อมูลไม่ครบ ซึ่งอาจจะขาดข้อมูลนิดเดียวแต่ตัดเขาออกไป และไม่ยอมเรียกมา ตนฝากให้อธิบดีกรมการปกครองให้ดูเรื่องนี้

ขณะที่ นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ว่าข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทยมีความชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอำเภอจัดทีมออกไปออกไปสำรวจ เพราะอาจจะมีประชาชนที่ไม่กล้าลงทะเบียนเพราะกลัวถูกข่มขู่

นายอนุทิน กลาวต่อว่า ดังนั้นก็จะต้องกระตุ้นลงพื้นที่ไปตามที่นายกฯ สั่งการ เดี๋ยวจะหาว่าต้องมานั่งฟังนายกฯ ชี้นำ เพราะกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการในเรื่องนี้อยู่แล้ว และเจ้าที่ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามข้อสั่งการของกระทรวงฯ ที่มีลำดับลำดับอยู่แล้ว

ก่อนต่อมานายกฯ ร่วมรับฟังการแก้ปัญหาหนี้ระหว่างประชาชน (ลูกหนี้) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนที่จะรับฟังปัญหา นายกฯกล่าวว่า "ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองพบกับปัญหาเศรษฐกิจโควิด-19 ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ วันนี้จึงมาพูดคุยพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะมาแก้ไขปัญหา ขอยืนยันว่าบ้านเมืองมีขื่อมีแป รัฐบาลพร้อมจะให้การช่วยเหลือ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ จ.น่าน ตามแนวทางที่กรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทยกำหนด มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือ ข้อมูล ณ วันที่ 22 ธ.ค. จำนวนลูกหนี้ 563 ราย จำนวนเจ้าหนี้ 518 ราย ยอดหนี้มูลค่ารวม 33,041,242 บาท

ส่วนสาเหตุการเป็นหนี้ 5 อันดับแรก ได้แก่

  • ด้านอุปโภค 602 ราย  
  • ด้านการลงทุน 496 ราย
  • ต่อเติมที่อยู่อาศัย 109 ราย  
  • ค่าเทอม 288 ราย
  • การพนัน 17 ราย

โดย จ.น่าน กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดไว้ ดังนี้

  1. กำหนดการเจรจาไกล่เกลี่ยได้อย่างน้อยร้อยละ 80 ของลูกหนี้ในระบบและเจ้าหนี้ตามฐานข้อมูล โดยสามารถตกลงกันได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
  2. เจ้าพนักงานตำรวจ สามารถดำเนินคดีได้ทั้งหมดร้อยละ 70 ของเรื่องรับดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการหากเป็นสำนวนไม่ยุ่งยาก ดำเนินการเสร็จก่อน 3 เดือน กรณีมีความซับซ้อนไม่เกิน 3 เดือน
  3. การให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งจะต้องได้รับการให้สินเชื่อโดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีเป้าหมายผู้ได้รับความช่วยเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของผู้ลงทะเบียน
  4. ทุกอำเภอต้องดำเนินการไกล่เกลี่ยให้สำเร็จ อย่างน้อย 1 กรณีตัวอย่าง (Best Practice)
  5. กำหนดให้แก้ไขปัญหาในภาพรวม ได้อย่างน้อย 10% ของผู้ลงทะเบียน ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2566

สำหรับผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาฯ ที่ผ่านมาของ จ.น่าน จากจำนวนลูกหนี้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด 563 ราย ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 52 ราย คิดเป็น 32.70% ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 4 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการไกล่เกลี่ย 48 ราย และให้รัฐจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 28 ราย คิดเป็น 17.61% รวมผลการดำเนินการแก้ไข ให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 80 ราย คิดเป็น 50.31%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งที่นายกฯ ร่วมรับฟังการแก้ปัญหาหนี้ระหว่างประชาชน (ลูกหนี้) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีลูกหนี้คนหนึ่งแสดงความเห็นว่า ไม่มั่นใจกลัวเรื่องความปลอดภัย โดยนายกฯกล่าวให้ความมั่นใจ และเน้นย้ำให้ฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจในพื้นที่เรื่องความปลอดภัย ให้ดูแลเป็นพิเศษ แม้แต่เล็บข่วนก็อย่าให้เกิด

ด้าน "นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเข้าสู่วันที่ 22 โดยล่าสุดมีมูลหนี้รวม 6,697.642 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 106,863 ราย แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 93,208 ราย และการลงทะเบียนที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 13,655 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 77,525 ราย 

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด คือ กทม. 6,734 ราย เจ้าหนี้ 5,749 ราย มูลหนี้ 566.522 ล้านบาท จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้ลงทะเบียน 151 ราย เจ้าหนี้ 117 ราย มูลหนี้ 6.621 ล้านบาท

สำหรับข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่ามีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 1,445 ราย ไกลเกลี่ยสำเร็จ 233 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 144.119 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 46.561 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 97.557 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุด คือ นครสวรรค์ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 179 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 8 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 15.218 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 7.65 แสนบาท ทำให้มูลหนี้ของประชาชนในจังหวัด ลดลงมากถึง 14.453 ล้านบาท
 

ข่าวล่าสุด