ฉะนั้นหากพิจารณากรอบระยะเวลาเดิม จะทำให้สามารถใช้งบฯได้ช่วงปลายเดือน เม.ย. หรือต้นเดือน พ.ค. ซึ่งเหลือระยะเวลาใช้งบประมาณในปี 67 เพียง 5 เดือนเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากล่าช้าออกไปอีก 7 วัน แม้จะดูเหมือนไม่มาก แต่ก็มีความกังวลว่า จะทำให้กระทบการเบิกจ่าย รวมถึงการทำงานภายใต้กรอบงบประมาณปี 67 และใกล้กับช่วงการตั้งงบประมาณปี 68 การพิจารณางบประมาณ ถ้าเป็นไปได้ควรจะเป็นช่วงวันที่ 3-5 ม.ค.67 เพราะมีข้อจำกัดหลายประการ
ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่ากรณีเดียวกันว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของสภาฯ ในส่วนของรัฐบาลก็ทำงานปกติ สภาฯจะเห็นว่าอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่สภาฯไปหารือกันเอง
เมื่อถามย้ำว่า การเลื่อนออกไปจะทำให้งบประมาณที่จะออกมาล่าช้าหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า วันนี้เราก็ใช้งบของปี 67 อยู่แล้ว แต่โดยหลักการมันก็ไม่ควรเท่านั้นเอง ทุกอย่างมันควรจะรีบ จบให้เร็ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภาฯ ที่จะต้องหาประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพราะทั้งหมดนี้มันคือประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน อะไรที่ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดก็ทำตามนั้น เท่านั้นเอง