ส่วน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการฯ ได้ซักถามถึงขั้นตอนในการรับนักโทษ รวมถึงระเบียบขั้นตอนกระบวนการเข้ารักษา พร้อมถามถึงการคาดการณ์ ระยะเวลาการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ และเหตุใดจึงมีการออกระเบียบใหม่ของกรมราชทัณฑ์ในช่วงเวลานี้
ด้าน นายชัยชนะ ยังได้ตั้งขอสังเกตการคุมขังนายทักษิณว่า ได้มีการตัดผม หรือกักตัวตามขั้นตอนหรือไม่ และเหตุใด นายทักษิณจึงสามารถเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจได้ ซึ่งหากมีนักโทษคนอื่นป่วยในลักษณะนี้จะได้รับการดูแลเช่นนี้หรือไม่
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายชัยชนะ ได้เปิดเผยผลการประชุมว่า กรรมาธิการฯ รู้สึกผิดหวัง ที่ไม่สามารถได้รับคำตอบที่กระจ่างได้จากกรมราชทัณฑ์ ทั้งการกักตัวก่อนเข้าเรือนจำ และมีการส่งตัวไปต่อที่โรงพยาบาลตำรวจในคืนเดียวกัน ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติ กรมราชทัณฑ์จะต้องส่งตัวไปโรงพยาบในสังกัดสาธารณสุขก่อน เพื่อใช้งบประมาณของ สปสช.ในการรักษา แต่สำหรับนายทักษิณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ก็ยืนยันว่า ไม่ได้มีการวินิจฉัยให้ส่งไปโรงพยาบาลในคืนนั้น และทำไมนายทักษิณ ได้รับการรักษาตัวในชั้น 14 ต่างจากนักโทษคนอื่น ๆ
และกรมราชทัณฑ์ ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า เหตุใดนายทักษิณจึงไม่ต้องกักตัว ไม่ต้องตัดผม และต้องอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งกรรมาธิการฯ เห็นว่า เมื่อผู้มาชี้แจงไม่สามารถชี้แจงได้ กรรมาธิการฯ จะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มาชี้แจงข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งหากไม่สามารถให้คำตอบกรรมาธิการได้อีก กระทรวงยุติธรรมก็จะต้องตกเป็นจำเลยสังคม และกรรมาธิการฯ จะมีการเดินทางไปโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่า นายทักษิณ ได้พักรักษาตัวอยู่จริงหรือไม่ ในช่วงหลังปีใหม่ก่อนวันเด็ก เพื่อเป็นของขวัญวันเด็ก
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงการซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ในการคุมขังนักโทษนอกเรือนจำว่า ที่ประชุมไม่สามรถพิจารณาถึงปัญหาดังกล่าวได้ทัน เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการรักษาตัวของนายทักษิณได้ ตนจึงสั่งยุติการประชุม เพราะเชื่อว่า หากถามกรมราชทัณฑ์อีกก็ไม่สามารถตอบได้ แต่ยังยืนยันว่า หลังจากนี้ จะมีการตั้งคำถามในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านการตั้งกระทู้ถามสดต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ชี้แจงถึงสาเหตุความเร่งรีบ ในการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ในการคุมขังนักโทษนอกเรือนจำ หรือเพื่อรองรับใครหรือไม่
นายชัยชนะ ยังกล่าวถึงกรณีที่แพทย์ชี้แจงโรคประจำตัวของนายทักษิณ ทั้งมีความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบตัน ไวรัสตับอักเสบบี แต่ตนเองเชื่อว่า นายทักษิณ ไม่น่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบบี เพราะผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบี ไม่สามารถดื่มไวน์กับลูกได้ และยังมีการเต้นแร๊พเตอร์ด้วย ซึ่งในขั้นตอนการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจนั้น นายชนะชัย ชี้แจงว่า ผู้บัญชาการเรือนจำเป็นผู้เสนอเรื่องไป แต่ก่อนหน้านี้ผู้บัญชาการเรือนจำ ได้ชี้แจงว่า จะต้องเป็นความเห็นของแพทย์ ซึ่งแพทย์ก็ระบุว่า ไม่ได้มีความเห็น แต่พัสดีเรือนจำ ได้แจ้งต่อผู้บัญชาการเรือนจำเพื่อตัดสินใจ โดยไม่ใช่การตัดสินใจของแพทย์โรงพยาบาลเรือนจำ
"อุ๊งอิ๊งค์" ไม่รู้ "ทักษิณ" เข้าข่ายจำคุกนอกเรือนจำ ตามระเบียบใหม่ราชทัณฑ์ บอกให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกรณีประชุมสภาล่ม ตั้งแต่เปิดสมัยประชุมวันแรก ว่า จะต้องกำชับสส.ในเรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการประชุมสภามีความสำคัญทุกครั้ง การที่ไปร่วมคือการให้ความสำคัญและคิดว่า สส.หลายคนไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทยอย่างเดียว ทุกคนที่เป็น สส.ที่ถูกเลือกจากประชาชน จะต้องทราบอยู่แล้วว่าการประชุมสภามีความสำคัญ
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หลังกรมราชทัณฑ์ออกระเบียบใหม่เรื่องการจำคุกนอกเรือนจำของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมระยะเวลาการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเกิน 100 วันไปแล้ว โดยนับเป็นวันจำคุกนั้น โดย นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ระเบียบที่ออกมามีมาตั้งแต่ปี 2560 ส่วนตัวคิดว่า กฎนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อใคร และยังไม่ทราบว่าคุณพ่อเข้าข่ายหรือไม่ พูดจริงๆว่ายังไม่ทราบ แต่ความรู้สึกส่วนตัวในฐานะลูกคือ ออกยิ่งเร็วยิ่งดี ใครก็อยากจะให้เป็นแบบนี้ แต่ขอให้เป็นในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมของกรมราชทัณฑ์และคุณหมอ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
"สิ่งที่ทำได้คือให้กำลังใจกันเองในครอบครัว เพราะคุณพ่อได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างมากมาย และขอให้ท่านมีกำลังใจ ออกมาอย่างแข็งแรง และสามารถผลักดันนโยบายต่างๆในแง่ของการเป็นที่ปรึกษาให้กับตนเอง และใครก็ตามที่ยังเคารพรักอยู่ ให้ได้มีความรู้ ใช้ความรู้ความสามารถของท่าน ให้ประเทศชาตินี้ไปอยู่ในจุดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีวันถอยหลัง นี่คือสิ่งที่ตั้งใจและอยากให้เป็น" นางสาวแพทองธาร ระบุ
โฆษก รพ.ตำรวจ ชี้เปิดเผยอาการป่วย "ทักษิณ" ไม่ได้ เป็นสิทธิของครอบครัว
ด้าน พ.ต.อ.หญิงศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยอาการของ นายทักษิณ ชินวัตร ที่พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจใกล้ครบ 120 วันว่า ในส่วนของอาการคนไข้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่สามารถเปิดเผยหรือให้ข้อมูลกับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ญาติ คนในครอบครัว หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้
ส่วนกรณีกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท.จะยื่นหนังสือถึงแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เรียกร้องให้รักษาจรรยาบรรณแพทย์ และความยุติธรรม โดยการทำความเห็นอย่างตรงไปมากับทางราชทัณฑ์ เรื่องอาการป่วยนายทักษิณ หลังบุตรสาวของนายทักษิณ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ในช่วงพักฟื้นตัวเท่านั้น และกลุ่มคปท.เห็นว่าแพทย์ควรทำความเห็นและส่งตัวนายทักษิณไปพักฟื้นที่ รพ.ราชทัณฑ์ เพราะมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือครบ
พ.ต.อ.หญิงศิริกุล กล่าวว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานมายื่นหนังสือ ซึ่ง รพ.ตำรวจ ก็รับไว้และทำรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอน แต่การให้ข้อมูลคนไข้ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนคนไข้หรือญาติจะมอบหมายใครให้ข้อมูลก็เป็นสิทธิ์ ขอยืนยันว่าคนไข้ที่ทางราชทัณฑ์ส่งมารพ.ตำรวจ มีระบบรักษาตามมาตรฐานอยู่แล้วในการดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียม
ส่วนการทำความเห็นเรื่องอาการคนไข้ให้ราชทัณฑ์ก็มีช่วงระยะเวลาอยู่ และจะมีเจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์มาคอยดูแลที่โรงพยาบาล โดยทั่วไปหากคนไข้หายดีหรือสามารถกลับไปเรือนจำได้ ทางแพทย์และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่กรณีใดกรณีหนึ่ง
นอกจากนี้ พ.ต.อ.หญิงศิริกุล ยังกล่าวถึงกรณีกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และการตำรวจ จะไปตรวจสอบที่ชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา สถานที่รักษาตัวของนายทักษิณว่า หากมีการแจ้งมาทางรพ.ตำรวจ ต้องประสานไปยังกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นเรื่อง เพื่อให้พิจารณาและดำเนินการตามระเบียบ ส่วนจะอนุญาตหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้