ถึงบางอ้อ! "ชัยชนะ" โพสต์ เข้าใจแล้วทำไม "ก้าวไกล" ไม่แตะนช.เทวดา
23 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

อ้อ! เป็นอย่างนี้เอง "ชัยชนะ" โพสต์ "เพราะเราคือมิตรกัน เข้าใจแล้วทำไม "ก้าวไกล" ไม่แตะนช.เทวดา ไหนบอกว่าตรงไปตรงมา" ชี้ ทำงาน 2 มาตรฐาน
การเมือง
23 พ.ย. 2566 | tinakit_rat

อ้อ! เป็นอย่างนี้เอง "ชัยชนะ" โพสต์ "เพราะเราคือมิตรกัน เข้าใจแล้วทำไม "ก้าวไกล" ไม่แตะนช.เทวดา ไหนบอกว่าตรงไปตรงมา" ชี้ ทำงาน 2 มาตรฐาน
23 พฤศจิกายน 2566 จากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ในรายการรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” วานนี้(22 พ.ย.) ระบุว่า ตนกับพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นมิตรกัน ว่า “ผมเน้นความเป็นมิตร ผมเน้นเรื่องความสมัครสมานสามัคคี ผมเน้นเรื่องการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นการด้อยค่า ใช้คำพูด ใช้คำแนะนำที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ ผมพยายามจะจำแต่คำว่าเป็นมิตร”
พลันที่คำพูดดังกล่าวหลุดออกมาจาก นายธนาธร แรงกระเพื่อมทางการเมืองขึ้นทันที เพราะในช่วงเวลาของการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย มีกระแสข่าวว่า นายธนาธร บินไปพบ อดีตนายกฯทักษิณ ที่ฮ่องกง แต่ถูกคนในพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้าปฏิเสธเสียงแข็งว่า นายธนาธรไม่ได้เดินทางไปพบนายทักษิณ ตามที่มีกระแสข่าวดังกล่าว
แม้แต่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ยังได้ออกมากล่าวกรณีดังกล่าวว่า “กระแสที่บอกว่านายธนาธร เดินทางไปพบนายทักษิณนั้น รู้สึกว่าตอนนี้มีการปั่นข่าวกันเยอะ ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ซึ่งขณะนี้นายธนาธร อยู่เมืองไทย และอยู่ในกรุงเทพมหานคร”
ล่าสุด นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงการบทสัมภาษณ์ของนายธนาธร ระบุว่า “เพราะเราคือมิตรกัน เข้าใจแล้วทำไม กก.(ก้าวไกล) ไม่แตะนช.เทวดา ไหนบอกว่าตรงไปตรงมา”
“เนชั่นออนไลน์” ได้สอบถามถึงความหมายของโพสต์ดังกล่าวว่า สื่อถึงอะไร นายชัยชนะ กล่าวว่า “ปกติพรรคก้าวไกล จะมี 2 มาตรฐาน หากมีประเด็นอะไรที่ไม่ถูกต้องจะออกมาพูดถึงและติดตามเรื่องทันที แต่กรณี เรื่อง นช.ทักษิณ กลับไม่ออกมาพูดอะไรเลย จึงเข้าใจถึงคำพูดของนายธนาธรถึงความเป็นมิตรระหว่าง 2 พรรค ทำให้เห็นถึงการทำงานของพรรคก้าวไกลว่า ทำงาน 2 มาตรฐาน”
ทั้งนี้ในประเด็นเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า “ผมเน้นความเป็นมิตร ผมเน้นเรื่องความสมัครสมานสามัคคี ผมเน้นเรื่องการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นการด้อยค่า ใช้คำพูด ใช้คำแนะนำที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ ผมพยายามจะจำแต่คำว่าเป็นมิตร”
ขณะที่ นายนายภูมิธรรม เวชชัยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบ เรื่องนี้อยู่ที่ผู้ปรากฏเป็นข่าวทั้ง 2 คน ต้องไปถามนายธนาธร และนายทักษิณ ซึ่งนายทักษิณยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จึงไม่สามารถรู้ข้อเท็จจริงได้
สำหรับการให้สัมภาษณ์ของ นายธนาธร ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ในช่วงหนึ่งกล่าวว่า ในช่วงก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จได้เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เกาะฮ่องกง จริง แต่คุยเรื่องชีวิต เช่น ชีวิตมีหลานแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ไปต่อรองเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เพราะตนเองไม่มีตำแหน่งในการเมือง และก็อาจจะโดนยุบพรรค ถ้าไปต่อรอง
พร้อมกล่าวด้วยว่า พันธมิตรระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล จะเป็นพันธมิตรทำให้ประเทศก้าวหน้าที่สุด และกลับมาเป็นประชาธิปไตย ที่ตนพูดเมื่อวันก่อน(ประเทศได้อะไรจากการกู้ 5 แสนล้าน) ก็ไม่ได้พูดถึงพรรคเพื่อไทยเลย เพียงแต่พยายามเสนอสิ่งที่อยากทำ ไม่รู้คนอื่นคิดอย่างไร แต่พรรคเพื่อไทยคือ มิตร แม้จะอยู่คนละฝั่ง เพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราเป็นฝ่ายค้าน ก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน
“รู้สึกเสียใจและเจ็บปวดที่สุด ที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล แต่ก็เข้าใจข้อจำกัดของพรรคเพื่อไทย ดังนั้น ถึงแม้จะเสียใจ แต่สำหรับตน พรรคเพื่อไทย คือมิตร และทางออกที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต้องมี 2 พรรคนี้ ฝากถึงเพื่อนในพรรคก้าวไกล และแกนนำพรรคเพื่อไทยด้วย อนาคตของประเทศไทย อยู่ในมือคุณทั้งสอง”
อีกทั้งกล่าวด้วยว่า ไม่เห็นด้วยกับการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะเชื่อว่าหากจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ต้องทำให้คนมีรายได้ สร้างความมั่นคงในการสร้างงาน และสร้างอุตสาหกรรมให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ตนยินดีจะไปแชร์ข้อมูลเรื่องการใช้เงิน 5 แสนล้าน ตามโครงการที่คิดขึ้นมา เช่น น้ำประปาดื่มได้ และการจัดทำระบบจัดการขยะทั่วประเทศ
นอกจากนี้ได้ตอบคำถาม ไม่มีอำนาจเหนือพรรคก้าวไกล ใช่หรือไม่ว่า วันนี้ตนภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เห็นพรรคก้าวไกลเติบโตโดยไม่มีธนาธร และปิยบุตร ภูมิใจมาก และอยากให้เป็นแบบนั้น มันทำให้เห็นว่า พรรคก้าวไกล เป็นสถาบันการเมือง ไม่ใช่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง ตนอยากให้เป็นแบบนั้น