ส่วนการติดต่อสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่กับแรงงานนั้น รองอธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า สามารถติดต่อสื่อสารได้ครอบคลุม โดยใช้ช่องทางการติดต่อจากบริษัทนายหน้า, กลุ่มไลน์, ประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Facebook สถานทูต และยังมีคอลเซ็นเตอร์ ที่ได้เพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ในการประสานงานไปแล้ว ส่วนการเจรจาเพื่อประสานช่วยเหลือตัวประกัน ติดต่อผ่านมิตรประเทศ คือ การ์ต้า อียิปต์ อิหร่าน เนื่องจากเป็นประเทศที่มีสายสัมพันธ์กับกองกำลังที่เกี่ยวข้อง
ด้าน นายโอวาท ทองบ่อมะกรูด ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน ให้ข้อมูลตัวเลขแรงงานที่ยื่นคำร้อง รับสิทธิประโยชน์ จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานที่ต่างประเทศ 6,661 คน โดยพิจารณาสั่งจ่ายกองทุน 2,386 คน เป็นวงเงินกว่า 37 ล้านบาท และกระทรวงแรงงานมีคำสั่งให้ลงพื้นที่พบแรงงานมาแล้ว 2,654 คน ในจำนวนนี้สอบถามการช่วยเหลือด้านทำงาน ปรากฏว่ามีคนตอบแบบสอบถาม ประสงค์ทำงานต่างประเทศ 1,374 คน ประสงค์ทำงานในประเทศ 139 คน และต้องการประกอบอาชีพอิสระ 389 คน ที่เหลือยังลังเลต้องการพักผ่อน
สำหรับประเทศที่แรงงานต้องการไปทำงาน หลังจากที่กลับมาจากอิสราเอลนั้น ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า บางส่วนต้องการกลับไปทำงานที่อิสราเอล และบางส่วนต้องการไปทำงานที่เกาหลี ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ส่วนงานที่แรงงานมีต้องการคือ งานภาคการเกษตร พนักงานทั่วไป ช่าง ฝ่ายผลิต พนักงานขับรถ ซึ่งกรมจัดหางานมีตำแหน่งงานรองรับอยู่