ส่วนเรื่องของตัวประกัน ก็มีการทำงานเต็มที่ และตนก็จะมีการพบปะพูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร และเมื่อสักครู่ก็ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ก็ให้ข้อมูลมา ก็เชื่อว่าทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการให้ข่าว และการที่หลายฝ่ายให้การช่วยเหลือกันก็ดี ได้ขอร้องไปยังทุกหน่วยงานว่าหากต่างคนต่างทำงาน ก็ให้มีการสื่อสารข้อมูลให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปด้วยดี หวังว่าจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ แต่ยังไม่ทราบจริงๆ ว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร
เมื่อถามว่าในภาวะความขัดแย้งของสงครามที่จะขยายไปวงกว้างนั้น อาจส่งผลต่อประเทศไทยในเรื่องเศรษฐกิจ มีการเตรียมรับมืออย่างไร นายกรัฐมนตรี บอกว่า ก็มีการพูดคุยกันในวงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับทางเศรษฐกิจอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน เมื่อวาน (1 พ.ย.) ได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ถึงมาตรการความมั่นคงทางพลังงานว่าถ้ามีปัญหาจริงๆ สงครามขยายวงกว้างออกไป แต่ยังมีข้อดีว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามก็มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเราที่ยังน้อย แต่ก็ต้องระมัดระวัง สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของประชาชนที่อยู่ในประเทศ ที่มีแนวโน้มว่าสงครามจะขยายเข้าไป และวันนี้ก็จะมีการพูดคุยถึงประชาชนเหล่านั้น จะไปเตรียมแผนออกมา คงจะต้องมีการเริ่มแจ้งเตือนเหมือนกัน
เมื่อถามถึงกรณีประธานรัฐสภา ที่จะบินไปรับตัวประกัน 22 คนที่จะถูกปล่อยออกมา ว่าได้รับทราบแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนขอไม่พูดดีกว่า เข้าใจว่าทุกท่านมีความหวังดี ปรารถนาดี