เนชั่นทีวี

การเมือง

เปิด 5 ปัจจัย"เพื่อไทย"ดัน"อุ๊งอิ๊งค์"ขึ้นผู้นำ-ปรับทัพปูทางสู้เลือกตั้ง

27 ต.ค. 2566 | chairat_pat

เปิด 5 ปัจจัย"เพื่อไทย"ดัน"อุ๊งอิ๊งค์"ขึ้นผู้นำ-ปรับทัพปูทางสู้เลือกตั้ง

นับว่าการปรับลุคเพื่อไทยครั้งสำคัญ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างคน 3 รุ่นเข้ามารวมไว้ด้วยกัน เพื่อเดินหน้าทำการเมือง ภายใต้การบริหารของแม่ทัพคนใหม่ อย่าง "อุ๊งอิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนสุดท้องของ "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี

"ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น" ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มองถึงการผลัดใบครั้งนี้ของเพื่อไทย โดยมี "แพทองธาร ชินวัตร" หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก้าวขึ้นสู่หัวหน้าพรรคอย่างเต็มตัว  

การที่ "อุ๊งอิ๊งค์" ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเสียเอง ถือเป็นการวางยุทธศาสตร์ระยะยาวในการวางตำแหน่งแห่งที่ของพรรคเพื่อไทยในอนาคต ให้สามารถสู้ศึกเลือกตั้งกับพรรคก้าวไกลได้ เนื่องจากสัดส่วนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลังจากนี้จะเทน้ำหนักไปที่กลุ่ม Gen-Y และ Gen-Z ในสัดส่วนที่สูงและสามารถกำหนดชัยชนะในสนามเลือกตั้งได้อย่างเด็ดขาด

แพทองธาร ชินวัตร

ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยจึงต้องถูกรีแบรนด์ให้ทันสมัยเหมาะกับยุคต่อไป ผสมผสานกับการรักษากลุ่มฐานเสียงวัยผู้ใหญ่ระดับ Gen-X และ Gen-Baby boom ให้อยู่กับเพื่อไทยต่อไป จึงทำให้พรรคเพื่อไทยต้องหันมาเล่นไพ่แห่งอนาคตใบสุดท้าย คือ ส่งคุณอุ๊งอิ๊งมาเป็นหัวหน้าพรรค รอรับช่วงไม้ต่อในยุคเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่ให้ "เศรษฐา" เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน เพื่อสร้างผลงานเตรียมไว้ แล้วค่อยส่งต่อให้กับอุ๊งอิ๊งค์ในอนาคต ซึ่งจะมีก้าวย่างในการปั้นอุ๊งอิ๊งค์ ดังนี้

  

  1. เปิดตัวอุ๊งอิ๊งค์เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นยังไม่ดำรงตำแหน่งทางการในพรรคเพื่อไทย
  2. เมื่อเพื่อไทยได้เป็นแกนนำรัฐบาลแล้ว แต่งตั้งให้อุ๊งอิ๊งค์เป็นแกนนำในคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล เช่น ชุด Soft Power , ชุด 30 บาทรักษาทุกโรคพลัสฯ โดยยังไม่ตั้งให้เป็นรัฐมนตรี 
  3. ให้อุ๊งอิ๊งค์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองอย่างชัดเจน แต่ปัญหาต่อมา คือ อุ๊งอิ๊งค์ไม่มีสิทธิ์ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าพรรคในสภา เพราะไม่มีรายชื่ออยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย จึงน่าจะต้องให้ตำแหน่งเป็นทางการในรัฐบาลแก่อุ๊งอิ๊งค์ เพื่อแสดงถึงฝีมือและประสบการณ์การบริหารให้เห็น ซึ่งขั้นต่อไป ก็สามารถตั้งอุ๊งอิ๊งค์เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเพื่อไทยรอบนี้ได้ 
  4. อุ๊งอิ๊งค์ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการและรัฐมนตรี จะได้นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จะมีขึ้นให้ได้รับชัยชนะ เพื่อสร้างบารมีทางการเมืองเพิ่มขึ้น 
  5. เมื่ออุ๊งอิ๊งค์มีผลงานด้านการบริหารประเทศ ในฐานะรัฐมนตรีและผลงานการบริหารพรรค ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ก็จะทำให้มีคุณสมบัติเพรียบพร้อม เพียงพอในการจะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในอนาคต 
     

เปิด 5 ปัจจัย"เพื่อไทย"ดัน"อุ๊งอิ๊งค์"ขึ้นผู้นำ-ปรับทัพปูทางสู้เลือกตั้ง

ทั้งนี้ สรุป คือ หากพรรคเพื่อไทยไม่กระทำวิธีนี้ โดยไม่นำอุ๊งอิ๊งค์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค จะไม่มีใครที่สามารถรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงดึงฐานเสียงคนรุ่นใหม่ให้มาอยู่กับเพื่อไทยในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น

 

"เพราะขณะนี้นามสกุลชินวัตรของคุณอุ๊งอิ๊งค์ สามารถเชื่อมต่อร้อยเรียงสายใยแห่งฐานเสียง ที่มีมาในอดีตยุคไทยรักไทย และอนาคตซึ่งคุณอุ๊งอิ๊งค์ จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศในนามพรรคเพื่อไทยต่อไป ถือเป็นกลยุทธ์เดียวที่เพื่อไทยจะดำรงตนอยู่ได้ ในท่ามกลางการเมืองยุคใหม่ที่ผันแปรตลอด (disrupt) นั่นเอง" 

 

ข่าวล่าสุด