“ผมเองก็เป็นผู้เสียหาย ยังมีคดีความอยู่ที่ผูกไทด์ มีคดีการเคลื่อนไหวกับเสื้อแดงปี 52-53 คดียังไม่เสร็จเด็ดขาด แต่ไม่ใช่พูดไปแล้วให้ตัวเองหลุด ให้ไปดูรายละเอียดในการนิรโทษกรรมต่อไป” นายอดิศร กล่าว
ในกรณีที่พรรคก้าวไกลรวมการนิรโทษกรรมถึงมาตรา 112 ด้วยนั้น นายอดิศร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามอยู่แล้วจึงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันไม่ได้ มองคนละมุมต่างคนต่างมอง อย่าไปใช้โซเชียลแล้วมาประนามอีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย ขอความกรุณาฝ่ายค้านลดโซเชียลลง แล้วพูดตามความเป็นจริง
การประชุมวิปรัฐบาลในวันนี้(24 ต.ค.) ว่า มีการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันพุธที่ 25 และวันพฤหัสสบดีที่ 26 ตุลาคมนี้ ว่าการประชุมในวันพุธจะมีการเลื่อนระเบียบวาระอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนขึ้นมาพิจารณา
สำหรับการพิจารณาญัตติของพรรคก้าวไกล ที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และคณะ ให้สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบและแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ ในส่วนนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่โดยคณะกรรมการศึกษาแนวทาง การจัดทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ หากรัฐสภาบรรจุระเบียบวาระดังกล่าวนี้เข้ามา อาจเป็นการขัดแย้งการทำงานของคณะทำงานของรัฐบาล ซึ่งหากพิจารณาตามญัตติดังกล่าว จะเป็นการพูดเพียงที่สภาฯ ยังไม่ไปถึง ครม.จึงต้องรอที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาก่อน แล้วเลื่อนนำญัตติอื่นมาพิจารณาแทน
เมื่อถามว่า ได้ประสานไปยังฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ว่า จะเลื่อนระเบียบวาระอื่นขึ้นมาพิจารณาก่อนญัตติขอพรรคก้าวไกล นายอดิศร กล่าวว่า รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า ญัตติของพรรคก้าวไกลเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว และเรื่องดังกล่าวยังมีความเห็นแย้งอยู่ว่า จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ โดยวิปรัฐบาลเห็นว่า ไม่ควรไปแตะต้องหมวด 1 และ หมวด 2 เป็นการขัดแย้งที่ยากจะตกลงกันได้
เมื่อมีการเลื่อนระเบียบวาระเกิดขึ้น จะเป็นการถกเถียงกันหรือไม่ นายอดิศร กล่าวว่า การถกเถียงเป็นเรื่องธรรมดาสภาฯเป็นที่ถกเถียงกันอยู่แล้ว หากตกลงไม่ได้ก็ใช้มติในการโหวต โดยไม่เกรงว่าจะถูกฝ่ายค้านบอกว่าเป็นเกมทางการเมืองเนื่องจากฝ่ายค้านมองทุกเรื่องเป็นเกมทางการเมืองอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาทั้งเรื่องเด็กไร้สัญชาติ พรรคก้าวไกลก็สื่อสารว่าสภาฯคว่ำญัตติ แต่สภาไม่ได้ตีตกในเรื่องดังกล่าว เป็นเพียงการส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องพิจารณา แทนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ
“สภานี้ไม่ใช่ของฝ่ายค้าน เป็นของประชาชน ประชาชนติดตามการประชุมสภา โดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนเรื่องประชามติ เรามีเหตุผลเพราะ รัฐบาลทำงานเรื่องนี้อยู่และเคยเชิญพรรคก้าวไกลไปเป็นกรรมการ เขาก็ Say No” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อ หากจะรอมติจากสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาเกรงว่าจะอ้อมไป คิดว่าไตรมาสแรกของปีใหม่เรื่องประชามติของรัฐบาลจะสำเร็จ