"ชลน่าน" สั่ง อย.เก็บยาลดความดันออกจากท้องตลาด เร่งหารือเยียวยาผู้ป่วย
24 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

ชลน่าน เผย อย. เร่งเก็บยาลดความดัน "เออบีซาแทน" ออกจากท้องตลาด หารือเยียวยาผู้ป่วย ย้ำ ให้นำยาไปเปลี่ยนคืนรพ.ที่รักษาตัวอยู่
การเมือง
24 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

ชลน่าน เผย อย. เร่งเก็บยาลดความดัน "เออบีซาแทน" ออกจากท้องตลาด หารือเยียวยาผู้ป่วย ย้ำ ให้นำยาไปเปลี่ยนคืนรพ.ที่รักษาตัวอยู่
24 ตุลาคม 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สั่งเรียกคืนยารักษาโรคความดันโลหิตสูง “เออบีซาแทน” (Irbesartan) เนื่องจากยาบางรุ่นการผลิต พบการปนเปื้อนสารที่อาจก่อมะเร็งเอแซดบีที ในวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยาเกินเกณฑ์สากลที่ยอมรับ โดยในไทยมีอยู่ 42 รุ่นการผลิต จาก 5 บริษัท ว่า เนื่องจาก อย.มีการตรวจพบสารตัวหนึ่งในยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเดิมเป็นสารกลุ่มที่ไม่ต้องตรวจหา แต่เมื่อตรวจแล้วพบสารดังกล่าว
ซึ่งสามารถเจอได้ในกระบวนการผลิต เกิดจากการเผาไหม้ไนโตซามีน จึงถือว่าไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้น อย.จึงเรียกเก็บออกจากท้องตลาดในยาทุกตัวที่ตรวจเจอ
เมื่อถามว่า ผู้ป่วยที่ถือยาตัวที่มีปัญหาจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง โดยเฉพาะกรณีรักษากับโรงพยาบาลเอกชน จะสามารถเคลมได้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ยาที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เราให้หยุดการให้ยานั้นอยู่แล้ว จากนั้นจะมีการเฝ้าระวังอาการของกลุ่มผู้ใช้ยาว่ามีความผิดปกติหรือไม่ แต่สารก่อมะเร็งไม่ได้เห็นผลทันตา ต้องติดตามในระยะยาว
ส่วนการเยียวยาเร่งด่วนนั้น ยังไม่ได้มีหลักเกณฑ์ใดรองรับ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ กระทรวงสาธารณสุขจะให้ความสำคัญและนำไปรีบพิจารณา ว่าจะมีการชดเชยเยียวยาอย่างไรให้สมเหตุสมผล ทั้งมิติด้านสุขภาพ และมิติเศรษฐกิจ เบื้องต้นผู้ใช้ยาดังกล่าวสามารถถือยาไปเปลี่ยนกับโรงพยาบาลได้ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่เดิม เพราะจะได้มีข้อมูลในการรักษาอยู่แล้ว จะได้ทำการเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสม
เมื่อถามว่า จะให้ อสม.ลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนหรือไม่ รมว. สาธารณสุข กล่าวว่า เราเน้นทุกระบบทุกระดับ ทั้งการเผยแพร่ทั่วไปและการแจ้งผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล ตำบล และหมู่บ้าน เพื่อให้ทราบและเข้าใจกันอย่างทั่วถึง
ด้าน นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช เลขาธิการ อย. กล่าวว่า จากการตรวจแหล่งผลิตมีอยู่ 5 บริษัท 42 ล็อต ที่สั่งให้มีการเรียกเก็บคืน ส่วนผู้ป่วยที่ถือยาในล็อตที่เป็นปัญหาดังกล่าว ก็ขอให้นำยาไปโรงพยาบาลเพื่อขอเปลี่ยนตัวใหม่โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบในการขาดยา ส่วนตัวเลขที่กระจายสู่ท้องตลาดนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จะเร่งเก็บคืนออกมาให้หมดโดยเร็ว