“อยากฝากถึงเพื่อนๆชาวแรงงานไทย ที่กำลังดูข่าวอยู่ ขอให้หลบอยู่ในที่ปลอดภัย และเชื่อฟังทางการอิสราเอล ที่มีประกาศออกมาเป็นระยะ สำหรับผู้เสียชีวิตทางการอิสราเอล จะทำการชดเชยให้โดยจะดูแลภรรยาผู้เสียชีวิตโดยมอบเงินให้เดือนละประมาณ 35,000 บาท จนกว่าภรรยาจะแต่งงานใหม่ และมอบให้บุตรเดือนละประมาณ 11,000 บาท จนกว่าอายุ 18 ปี ส่วนแรงงานไทยผู้ที่บาดเจ็บจะมอบให้รายละ 15,000 บาท เสียชีวิต 40,000 บาท และเงินค่าทำศพอีก 40,000 บาท” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อ คนที่อยากจะกลับไปใหม่อีกครั้ง กระทรวงแรงงานได้แจ้งนายกฯว่า หากใครยังทำงานไม่ครบสัญญาและอนาคตอยากกลับไปทำงานในต่างประเทศต่อ ขอให้สบายใจได้ กระทรวงแรงงานจะทำหน้าที่ประสาน เมื่อเหตุการณ์สงบจะนำท่านกลับไปในอิสราเอล หรือหางานในประเทศอื่นๆ ที่มีรายได้ใกล้เคียงหรือน้อยกว่าเดิมเล็กน้อย เพื่อให้ไปทำงานต่อ เพราะรัฐบาลเข้าใจว่าทุกคนที่ไปก็มีหนี้สิน ฉะนั้นหากประสงค์ก็ขอให้แจ้งกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานได้ ส่วนใครที่จ่ายค่าตั๋วเองก็ขอให้เก็บตั๋วไว้รัฐบาลจะรับผิดชอบดูแล
วันนี้ (15 ต.ค.) ใครเมื่อกลับมาแล้ว ยังไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ แจ้งไว้ว่าหากใครยังไม่สะดวกเดินทางกลับก็แจ้งความประสงค์ น.ส.แพทองธาร จะดูแลเรื่องที่พักให้ในเบื้องต้น อย่างไรตนขอให้กำลังใจทุกคนและหากมีอะไรขาดเหลือก็ขอให้ประสานไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะผู้สูญเสีย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้กำลังใจกับคนที่อยู่ภายหลัง
เมื่อถามถึง แรงงานไทยที่เสียชีวิต และบาดเจ็บล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแรงงาน กล่าวว่า จากที่ทราบรายงานล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีแรงงานไทยเสียชีวิตแล้ว 28 คน ถูกจับเป็นตัวประกันประมาณ 17-18 คน และได้รับบาดเจ็บ 16 คน ซึ่งต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียด้วย
“ผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บ เราต้องรอการพิสูจน์อัตลักษณ์จากทางการอิสราเอลก่อน เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากประเทศใด โดยทางการอิสราเอลจะได้ช่วยเหลือเยียวยาต่อไป ตามหลักเกณฑ์ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมยังไม่สามารถนำกลับมายังประเทศไทยได้ในทันที” นายพิพัฒน์ กล่าว