จากการวิเคราะห์ของนักวิชาการ รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อดีตรองอธิการบดี ม.สุโขทัยธรรมาธิราช มองอนาคตทางการเมืองของ"แพทองธาร" หลังจากนี้ ต้องวางหมากเดินเกมให้ดี เพราะมีความเสี่ยง ทั้งเรื่องกฎหมาย และทางการเมืองทำให้ทุกก้าวย่าง ต้องระมัดระวัง เพราะแพทองธาร ถือเป็นหมากเกมสุดท้าย ของตระกูลชินวัตร
รศ.ดร.ยุทธพร บอกด้วยว่า แม้ว่า "แพทองธาร" จะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่เป็นสิ่งที่เห็นได้ว่า อุ๊งอิ๊งค์ก็ยังมีบทบาทสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะนโยบายใหม่ๆของพรรคเพื่อไทย เช่น ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ที่ อุ๊งอิ๊งค์ ได้นั่งรองประธานบอร์ดฯ ทำให้หลายคนวิพากย์วิจารณ์ว่านี่คือนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่งหรือไม่
ดังนั้นในรัฐบาลเศรษฐา อุ๊งอิ๊งค์ จะยังคงเข้ามามีบทบาท และอีกบทบาทคู่ขนานกันนั่นคือ บทบาทในพรรคเพื่อไทย และยังมีความเป็นไปได้สูงว่า อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร จะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาที่ 2 ส่วนมาบรรจบกัน เป็นโอกาสที่ดีในการปฏิรูปพรรคเพื่อไทยให้สอดคล้องกับบริบททางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
"ตรงนี้คือบทพิสูจน์ สำหรับเส้นทาง ทางการเมืองของคุณอุ๊งอิ๊งค์ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ว่าจะยังสามารถก้าวต่อไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ถ้าผลงานมีความโดดเด่น สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ โดนใจคนรุ่นใหม่ๆ มีโอกาสเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้เห็นอุ๊งอิ๊งค์เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยอีก"
การเริ่มเข้ามามีบทบาทของ "แพทองธาร" จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า รัฐบาลจากแกนนำของพรรคเพื่อไทย ในภายภาคหน้าอาจมีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพใหญ่ จากเศรษฐา ทวีสิน สู่นายกฯหญิงที่ชื่อ อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร