นายรอมฎอน ได้ยกเรื่องที่รับฟังจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหวังว่าจะมีความปลอดภัยจากความรุนแรง และความปลอดภัยในการแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา เกี่ยวกับปัญหาที่เผชิญอยู่ ในสภาฯแห่งนี้น่าจะเป็นการขยายโอกาสในการสร้างสันติภาพ ที่ผ่านมาจากการขัดแย้งกันอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเรียกร้องสมาชิกจะร่วมกันสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสันติภาพโดยรวมของประเทศ
ด้าน นายกมลศักดิ์ กล่าวสนับสนุนญัตติ โดยชี้ว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความยืดเยื้อมายาวนาน หลายรัฐบาลพยายามทุ่มงบประมาณแก้ไข แต่ปัญหายังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม สภาฯ ได้ศึกษาเรื่องนี้ในภาพรวม รอบนี้จะเป็นเจาะลึกเพื่อให้ทุกฝ่ายหาทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งไม่ใช่การปราบปรามหรือออกกฎหมายพิเศษบังคับใช้ แต่เป็นการเจรจากับคู่ขัดแย้ง
ที่ผ่านมาการตั้งโต๊ะเจรจาโดยเปิดเผย ได้มีความพยายามมา 3 ครั้ง แต่ก็ถูกล้มเลิกทุกครั้ง สภาฯต้องมีส่วนร่วมในการศึกษาว่า บกพร่องอย่างไรจึงไม่สำเร็จ และทางออกในรัฐบาลชุดนี้ควรมีกรอบอย่างไร ใครเป็นผู้เจรจา ประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร หรือต้องมีกฎหมายรองรับหรือไม่ โดยนำบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
ขณะที่ นายซาการียา กล่าวสนับสนุนญัตติ ยกเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 เมื่อ 4 ม.ค. 2547 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และต่อมาน้าชายของตนที่เป็นครู ถูกออกหมายจับในข้อหาแบ่งแยกดินแดน ทั้งที่ไม่เคยมีปืน ไม่เคยยิงใคร วันที่ได้รับอิสรภาพ เป็นวันเดียวกลับยายของตนเสียชีวิต ทำให้น้าชายไม่สามารถดูแลแม่ที่เจ็บป่วยได้ ตนจึงได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดและสูญเสียของประชาชนในพื้นที่
โดยนโยบายการบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สามารถยุติเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่นโยบายดังกล่าวเป็นนามธรรมที่ยังนำสู่การปฏิบัติไม่ได้ และมีปัญหาหลัก ประกอบด้วย เศรษฐกิจและรายได้ต่อหัวของจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่รั้งท้ายของประเทศ จึงต้องยกระดับเศรษฐกิจชายแดน รวมถึงพัฒนาศักยภาพครู เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา
ต่อมา นายศรัณย์ อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนของพรรคเพื่อไทย โดยชี้ว่า ผ่านมากว่า 19 ปี ปัญหาชายแดนภาคใต้ยังไม่ยุติลง แม้จะมีความพยายามจากหลายรัฐบาล แต่ก็ยังมีผู้สูญเสียจำนวนมาก แม้ภายหลังจำนวนเหตุการณ์จะน้อยลง แต่ยังไม่เห็นว่าความขัดแย้งจะคลี่คลายลง ที่ผ่านมาทุกคณะกรรมาธิการ ตัวแทนภาคประชาชนยังมีส่วนร่วมน้อย และอาจเป็นเหตุให้ความพยายามที่ผ่านมาไม่สำเร็จ
รัฐสภาจึงต้องเข้ามามีบทบาทในฐานะนิติบัญญัติ เพื่อสร้างกฎหมายที่เป็นธรรม ความจริงแล้วในพื้นที่สามจังหวัดชายแดน มีทรัพยากรธรรมชาติและบุคคลากรที่จะสามารถพัฒนาประเทศได้อีกมาก แต่สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ได้เพราะปัญหาความขัดแย้ง จึงหวังว่ารัฐบาลและรัฐสภาสมัยนี้ จะสามารถสร้างความแตกต่าง ให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่ดังกล่าวได้