ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองไทยในการเลือก สส. ให้เข้าไปทำประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างแท้จริง
- เชื่อมั่นมากที่สุด 4.28 %
- เชื่อมั่นมาก 14.73 %
- เชื่อมั่นปานกลาง 43.14 %
- เชื่อมั่นน้อย 25.59 %
- ไม่เชื่อมั่นเลย 12.26 %
จากผลสำรวจจะเห็นว่าประชาชนเพียง 19.01% ที่มีความเชื่อมั่นมากที่สุดและเชื่อมั่นมาก
ข้อมูลส่วนบุคคล และการเลือก สส. บัญชีรายชื่อในสังกัดพรรคต่าง ๆ ในการเลือกตั้งปี 66
ภูมิภาค
ภาคเหนือ 18.65 %
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 31.39 %
ภาคกลางและตะวันตก 13.32 %
ภาคตะวันออก 7.99 %
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 14.67 %
ภาคใต้ 14.65 %
เพศ
หญิง 50.43 %
ชาย 47.38 %
เพศทางเลือก 1.54 %
ไม่ระบุ 0.65 %
อายุ
อายุ 18-25 ปี 14.36%
อายุ 26-35 ปี 21.23%
อายุ 36-45 ปี 23.72%
อายุ 46-59 ปี 23.85%
อายุ 60 ปี ขึ้นไป 16.83%
อาชีพ
ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ 8.26 %
พนักงาน ลูกจ้างเอกชน 15.58 %
ธุรกิจส่วนตัว ค้าขาย 26.36 %
ช่วยธุรกิจงานครอบครัว 5.01%
รับจ้างทั่วไป 18.37 %
แม่บ้าน พ่อบ้าน เกษียณอายุ 11.80 %
นักเรียน นักศึกษา 9.42 %
ว่างงาน 5.20 %
โดยการเลือก สส.บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้ง 66 พบว่าเลือก สส.
พรรคก้าวไกล 41.85 %
เพื่อไทย 30.72 %
รวมไทยสร้างชาติ 12.84 %
ภูมิใจไทย 3.47 %
ประชาธิปัตย์ 2.95 %
พลังประชารัฐ 1.99 %
ประชาชาติ 1.80 %
ชาติไทยพัฒนา 1.11 %
พรรคอื่น ๆ 3.29 %
จากผลสำรวจเมื่อเทียบกับสัดส่วนการเลือก สส. บัญชีรายชื่อสังกัดพรรคต่าง ๆ ในการเลือกตั้งปี 66 มีความใกล้เคียงกัน คือ มี สส.บัญชีรายชื่อที่สังกัดก้าวไกล 39 คน เพื่อไทย 29 คน รวมไทยสร้างชาติ 13 คน ภูมิใจไทย 3 คน ประชาธิปัตย์ 3 คน ประชาชาติ 2 คน พลังประชารัฐ 1 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน และพรรคอื่น ๆ 9 คน
เมื่อมาดูผลสำรวจรายกลุ่ม ค่าเฉลี่ยภาพรวมอยู่ที่ 3.86 % กลุ่มอายุประชาชนที่เชื่อมั่น ศรัทธาสูงที่สุดคือ คนช่วงอายุ 18-25 ปี 4.14 %
รองลงมาคือช่วงอายุ 25-36 ปี 3.96 % ระดับการศึกษาที่เชื่อมั่น ศรัทธาสูงสุด คือ ปริญญาตรี 4.08 % และอนุปริญญา ปวส. 39.7 %
ส่วนประชาชนที่เชื่อมั่น ศรัทธาต่ำที่สุดคือ ช่วงกลุ่มอายุ 46-59 ปี 3.70 % รองลงมาคือตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป 3.74 % ระดับการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือต่ำกว่า 3.62 %
กลุ่มที่เลือกพรรคการเมืองในการเลือกตั้งปี 66 สส.บัญชีรายชื่อ พรรคที่ประชาชนที่เชื่อมั่นศรัทธาสูงที่สุดคือ พรรคประชาชาติ 4.55 % รองลงมาคือพรรคก้าวไกล 4.15 % และชาติไทยพัฒนา 4.00 %
พรรคที่ประชาชนที่เชื่อมั่น ศรัทธาต่ำที่สุดคือ พลังประชารัฐ 3.12 % รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย 3.40 %
ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ระบุว่า สาเหตุที่พรรคประชาติครองใจคนได้มากเพราะเขาได้ใจคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่วนทางพรรคก้าวไกลมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคือ กลุ่มคนรุ่นใหม่และใช้โซเชียลมีเดียในการช่วยหาเสียง ส่วนระบบทางการเมืองที่คนไม่เชื่อมั่น
เพราะว่าไม่สามารถรู้ได้ว่าคนที่ตนเองเลือกจะได้รับการโกวตจาก สว.หรือไม่ อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีความล่าช้ากว่าจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ สรุปได้ว่าประชาชนเชื่อมั่นในพรรคการเมืองมากกว่า เชื่อมั่นในระบบการเมืองของไทย
ส่วนเรื่องการเล่นการเมืองของพรรคก้าวไกล เรื่องตำแหน่งรองประธานสภา-ผู้นำฝ่ายค้าน ด้วยการแสร้งขับหมออ๋องออกจากพรรคแบบนี้ จะทำให้ความเชื่อมั่นของพรรคลดลงหรือไม่ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ บอกว่า ก้าวไกลถือว่าพลาด ถ้าเขาได้เป็นหัวหน้า จะไม่ตัดสินใจทำแบบนี้คนที่เคยเลือกก้าวไกล เพราะความตรงไปตรงมาตอนนี้อาจจะเริ่มกังวลใจว่าต่อจากนี้จะเชื่อคำพูดอะไรของพรรคนี้ได้อีกไหม