เนชั่นทีวี

การเมือง

เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก

03 ต.ค. 2566 | sirisak_rue

เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก

เศรษฐา สวมสูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ อุ๊งอิ๊งค์ นำประชุม คกก.ซอฟต์พาวเวอร์นัดแรก ด้าน "แพทองธาร" ตื่นเต้นไม่ได้เข้าทำเนียบรอบ 17 ปี พร้อมกางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม ด้วยเทศกาลระดับโลก

3 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 ณ ตึกสันติไมเพื่อ​ โดยมี น.ส.แพ​ทองธาร​ ชินวัตร​ รองประธาน เดินคู่ลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อมายังตึกสันติไมตรี
เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก
โดยนายกรัฐมนตรี ได้สวมสูทลายผ้าขาวม้า สีสันสดใส ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวไทย​ เรียกเสียงฮือฮากับสีสันของสูทนายกรัฐมนตรี เมื่อถามว่านี่เป็นสูทที่เป็นผ้าได้รับจากประชาชน ขณะลงพื้นที่หาเสียงหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรี​ ตอบติดตลกว่า​ ไม่ใช่ เพราะผืนใหญ่ไม่พอ ก่อนจะหัวเราะตบท้าย และบอกต่อว่าตนชอบสีสดใสอยู่แล้ว ขณะที่คนตัดก็ตัดได้อย่างดี เป็นดีไซเนอร์ที่เก่ง 
เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก
ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ได้นำเอาผ้าขาวม้ามาผูกที่เอว เช่นเดียวกับคณะทำงานและรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุมวันนี้ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่าทำไม น.ส.แพทองธาร จึงไม้ใส่เสื้อสีสันเหมือนนายกรัฐมนตรี​ ก่อนกล่าวว่า​ มีผ้าขาวม้าไง​ เอาผ้าขาวม้าไปก่อน​ ก่อนที่จะถามกลับว่า เหมือนไม่เข้าใช่ไหม

เมื่อถามต่อว่าไม่ได้เข้าทำเนียบ​รัฐบาล​ในรอบกี่ปี​ น.ส.แพทองธาร​ กล่าวว่า​ ตนตื่นเต้น เพราะไม่ได้เข้าทำเนียบมาเป็น 17 ปีแล้ว
เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก

จากนั้น นายรัฐ​มนตรี​ กล่าวว่า​ ตนขอบคุณสำหรับรอยยิ้มการต้อนรับที่อบอุ่น ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลามาหากันมาประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมกันระหว่างส่วนราชการภาคเอกชน​ และผู้ทรงคุณวุฒิ​ เพื่อพิจารณาและการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์​ของประเทศไทยอย่างบูรณาการ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์​ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า และส่งเสริมภาพลักษณ์และเชื่อมั่นประเทศไทยในเวทีโลก

ด้าน น.ส.แพทองธาร​ เปิดเผยว่า​ แผนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มุ่งหมายสร้างระบบนิเวศให้กับอุตสาหกรรมของประเทศไทย จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยแรงงานทักษะสูง และอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ในสาขาต่าง ๆ และการฑูตเชิงวัฒนธรรม​ เพื่อพัฒนาศักยภาพของวัฒนธรรมและคนไทย​ ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนที่เต็มที่จะไปได้ไกลอย่างแน่นอน
เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก
ซึ่งนโยบายนี้และนโยบายอื่น ๆ จะต้องทำควบคู่ไปด้วยกัน โดยจะมุ่งยกระดับคุณภาพยกระดับทักษะของคนไทยจำนวน 20 ล้านคน ที่เป็นแรงงานในปัจจุบันให้เป็นแรงงานที่มีทักษะสูง และเป็นแรงงานสร้างสรรค์ โดยจากการคัดสรรหาสามารถดำเนินการนโยบายได้สำเร็จจะมีรายได้เข้าประเทศ 4 ล้านล้านบาทต่อปี โดยจะแบ่งวัตถุประสงค์การทำงานเป็น 3 ขั้นตอน

คือ ขั้นตอนการพัฒนาคน เฟ้นหาบุคคลเพื่อพัฒนาเป็นแรงแรงฝีมือ​ พัฒนาแรงงานอุตสาหกรรมซัพพลายเออร์ต่าง ๆ ในประเทศ 11 สาขา ประกอบด้วย อาหาร กีฬา Festival ท่องเที่ยว​ ดนตรี​ หนังสือ​ ภาพยนตร์​ เกม​ ศิลปะ​ การออกแบบ​ และแฟชั่น​ โดยจะมีการปรับแก้ข้อกฎหมายที่มีอยู่มานานแต่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ สนับสนุนเงินทุนวิจัยและพัฒนาสร้างแรงจูงใจทางภาษี​ พร้อมกับเพิ่มพื้นที่การแสดงผลงานอย่างไร้ขีดจำกัด
เศรษฐา ใส่สูทผ้าขาวม้าสีสด เคียงคู่ "อุ๊งอิ๊งค์" ถก คกก.ซอฟต์พาวเวอร์ นัดแรก
นอกจากนี้ ยังสร้างพื้นฐานชุมชนจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ tcdc ในทุกจังหวัด ให้มี Co working Space ต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ที่มั่นคงในระดับภูมิภาค​ ต่อยอดไป​ระดับสากล โดยเป้าหมายระยะสั้น 100 วันแรก ภายในวันที่ 11 มกราคม 2567 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จะพร้อมให้ประชาชนลงทะเบียน ความสนใจในด้านต่าง ๆ​ เปลี่ยนแปลงกฎหมายต่าง ๆ ในระดับการสูงและพระราชกฤษฎีกา ตลอดจนส่งเสริมให้สอดคล้องกับนโยบาย รวมไปถึงร่วมจัด Winter Festival ที่กรุงเทพฯ ครั้งยิ่งใหญ่

น.ส.แพทองธาร​ เผยอีกว่า โดยภายในเวลา 6 เดือน 3 เมษายน​ 2567 จะเริ่มกระบวนการบ่มเพาะศักยภาพ ทักษะสร้างสรรค์ พร้อมเสนอพระราชบัญญัติ THACCA หรือ Thailand creative Content Agency สู่สภาผู้แทนราษฎรและจัดงานสงกรานต์ทั้งประเทศ ให้เป็นเทศกาลระดับโลกหรือ World Water Festival

ส่วนภายในระยะเวลา 1 ปี 3 ตุลาคม 2561 กระบวนการบ่มเพาะศักยภาพควรจะสามารถสร้างรายงานทักษะสูงและแรงงานสร้างสรรค์ได้เป็นจำนวนอย่างน้อย 1 ล้านคน โดยคาดหมายว่าพระราชบัญญัติ THACCA จะได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป

"เชื่อได้ว่าประเทศไทยจะมีชื่อเสียงกว้างไกลไปถึงระดับโลกความสำเร็จนี้จะเป็นสัดส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ กระตุ้น 20 ล้านครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ประเทศของเรากลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง" น.ส.แพทองธาร​ ระบุ

ข่าวล่าสุด