"สมมติว่าหากเราอยากแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 แล้วคิดอย่างสุดโต่ง ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง จะเอายานอวกาศมาดูดฝุ่น ไปให้หมดจากโลก ก็เป็นไปไม่ได้ ทั้ง 4 ข้อ เราก็เรียกนโยบายแบบนี้ว่ายูนิคอร์นในทุ่งลาเวนเดอร์" นายพิธา กล่าว
ขณะที่ นายเดชรัต เปิดเผยตัวเลขสถิติเบื้องหลังการทำงานนโยบายพรรคก้าวไกลว่า ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง พรรคมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานนโยบายถึง 200 คน มีทั้งคณะทำงานประจำ และอาสาสมัคร ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ ทำหน้าที่สะท้อน ชี้เป้าปัญหาให้พรรคออกแบบเป็นนโยบาย มีการทำงานมากกว่า 4,200 ชั่วโมง มีการลงพื้นที่นับร้อยครั้ง รวมระยะทางอย่างน้อย 45,358 กิโลเมตร ทั่วประเทศ จนกลั่นกรองมาเป็น 300 นโยบาย "การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต" พรรคก้าวไกลได้สำเร็จ
ทั้งนี้ แต่ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นจากการสื่อสารนโยบายที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการอบรมผู้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น สส. ของพรรคก้าวไกล และแกนนำพรรคทุกคน ให้เข้าใจนโยบายทุกนโยบายอย่างถ่องแท้ มีการทำสมุดและเว็บไซต์ลงรายละเอียด 300 นโยบาย โดยละเอียด เวลาไปขึ้นเวทีดีเบตนโยบายทุกครั้ง ก็ไม่มีใครตายเวที สามารถตอบได้เป็นทิศทางเดียวเหมือนกันหมด
นอกจากนี้ ที่สำคัญมีการปิดจุดอ่อนที่คิดว่าจะถูกโจมตี เช่น ความเป็นไปได้ทางการเงินของทุกนโยบายที่พรรคนำเสนอ โดยเฉพาะ "นโยบายสวัสดิการก้าวหน้าตั้งแต่เกิดจนตาย" จึงมีการเปิดเผยเบื้องหลังการคำนวณงบประมาณ และแหล่งงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการสวัสดิการต่างๆ หากก้าวไกลเป็นรัฐบาลรวมกว่า 650,000 ล้านบาท มีเงินจ่าย ทำได้จริง ด้วยสารสื่อสารอินโฟกราฟฟิกให้ประชาชนเข้าใจง่าย และหากถูกสอบถามที่ไหน ทุกคนก็สามารถอธิบายให้กระจ่างได้ชัดเจน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการบรรยาย ได้รับความสนใจจากนักศึกษาที่เข้าร่วม มีการถามตอบประเด็นรายละเอียดนโยบายต่างๆ ที่นักศึกษาสนใจ โดยชุดนโยบายที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ประกอบด้วย ชุดนโยบายกระจายอำนาจ ชุดนโยบายการศึกษา ชุดนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า และนโยบายคนทำงาน
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ยังมีกำหนดการร่วมกับ สส. พรรคก้าวไกล จัดเวที "ก้าวต่อไปเชียงใหม่ท้องถิ่น" ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม เทศบาลเมืองแม่เหียะ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 29 ก.ย. 2566 เวลา 15.00 น.